ประเพณีกำฟ้า ชาวไทยพวน หาดเสี้ยว

ประเพณีกำฟ้า เป็นประเพณีเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวไทยพวน หาดเสี้ยว ที่สืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมของตนไว้ได้อย่างเหนียวแน่นตลอดมา  ปัจจุบันยังคงสืบทอดอาชีพการเกษตรกรรม ทำไร่ ทำนาเป็นส่วนใหญ่ หรือหัตถกรรมพื้นบ้าน ทอผ้าตีนจก  ตีเหล็ก ช่างเงิน ช่างทอง ก็เป็นที่เลื่องลือรู้จักกันทั่วไป

คำว่า “กำ” ในที่นี้เป็นภาษาพวน หมายถึงการนับถือ สักการบูชา
คำว่า “กำฟ้า” จึงหมายถึงการนับถือ สักการบูชาฟ้า
สาเหตุที่เกิดประเพณีกำฟ้า เพราะชาวพวนมีความสามารถทางด้านเกษตร โดยเฉพาะการทำนา ในสมัยก่อน การทำนาต้องพึ่งพาธรรมชาติอย่างเดียว ชาวนาจึงมีความเกรงกลัวต่อฟ้ามาก ไม่กล้าทำให้ผีฟ้าโกรธ โดยเชื่อว่าจะไม่มีฝนตกต้องตามฤดูกาล หรือฟ้าจะผ่าคนตาย ทุกข์โศกจะบังเกิดแก่ประชาชนทั่วไป จึงต้องมีการเซ่นไหว้ สักการบูชาฟ้า หรืออีกนัยหนึ่ง ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพการเกษตรกรรมต่างรู้สึกสำนึกในบุญคุณของฟ้าที่ให้น้ำ ฝน อันหมายถึงความชุ่มชื่น ความอุดมสมบูรณ์ และความมีชีวิตของคน สัตว์และพืชพันธุ์ต่างๆ จึงเกิดประเพณีกำฟ้าขึ้น
แต่เดิมนั้น ถือเอาวันที่มีผู้ได้ยินฟ้าร้องครั้งแรกเดือน 3 เป็นวันเริ่มประเพณีกำฟ้า เพราะถือกันว่าเป็นวันที่ฟ้าเปิดประตูน้ำ แต่การยึดถือตามแนวนี้มักเกิดข้อโต้แย้งกันอยู่เสมอว่า คนนั้นได้ยิน คนนี้ไม่ได้ยิน หาข้อยุติไม่ได้ โดยมากหัวหน้าหมู่บ้านจะถือเอาการได้ยินฟ้าร้องของคนหูตึงในหมู่บ้านเป็น เกณฑ์ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นเสียงฟ้าร้องที่ดังจริงๆ จนคนได้ยินกันทั่วถึง อย่างไรก็ตามมักไม่สะดวกต่อการปฏิบัติ เพราะในแต่ละปีวันกำฟ้าเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอน ภายหลังจึงมักกำหนดเป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่า วันกำฟ้า คือวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี


มีคำทำนายเกี่ยวกับฟ้าร้อง ดังนี้
1.ทำนายเกี่ยวกับเหตุการณ์และงานอาชีพ
ฟ้าร้องดังมาจากทิศเหนือหรือตะวันออกเฉียงเหนือ ทำนายว่าฝนจะดีทำนาจะได้ข้าวดี
ฟ้าร้องดังมาจากทิศใต้ ทำนายว่าฝนจะแล้ง ข้าวกล้าในนาจะเสียหาย
ฟ้าร้องดังมาจากทิศตะวันตก ทำนายว่าฝนจะน้อย เกิดความแห้งแล้ง ทำนาไม่ได้ผล ข้าวยากหมากแพง
2.ทำนายเกี่ยวกับชีวิตและความเป็นอยู่
ฟ้าร้องดังมาจากทิศเหนือ ทำนายว่าชาวบ้านจะอดข้าว ซึ่งคำทำนายนี้ขัดแย้งกับข้อ 1
ฟ้าร้องดังมาจากทิศใต้ ทำนายว่าชาวบ้านจะอดเกลือ
ฟ้าร้องดังมาจากทิศตะวันออก ทำนายว่าชาวบ้านจะอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ไม่มีการรบราฆ่าฟันกัน ไม่มีโจรผู้ร้ายชุกชุม
ฟ้าร้องดังมาจากทิศตะวันตก ทำนายว่าชาวบ้านจะเดือดร้อน เกิดเรื่องทะเลาะวิวาท รบราฆ่าฟันกัน
อนึ่งในคืนที่ได้ยินฟ้าร้องครั้งแรกในเดือน 3 ก่อนที่จะเข้านอน เจ้าของบ้านจะร้องบอกแก่สัตว์เลี้ยงของตนให้รู้ตัวและสงบเสงี่ยมว่า “งัวควายเอย กำฟ้าเน้อ อย่าได้อึกทึกครึกโครม แต่บัดนี้ไปจนฮุ้งขึ้น ตะเง็นตกดินจึงม้นเน้อ” (ฮุ้ง-สว่าง, ตะเง็น-พระอาทิตย์, ม้น-พ้น)
ประเพณีกำฟ้าของชาวไทยพวน อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี และใกล้เคียง มีกิจกรรมที่ถือปฏิบัติโดยทั่วไป 3 ประการคือ
1.งดเว้นการงานที่ปฏิบัติอยู่เป็นประจำทั้งปวง
2.การทำบุญ
3.การประกอบพิธีกรรม ตั้งบายศรีบูชาฟ้า และประกาศขอพรจากผีฟ้า
ประเพณีกำฟ้าของชาวไทยพวนปัจจุบัน แม้จะคงถือปฏิบัติเป็นประจำทุกปี แต่บรรยากาศของประเพณีกำฟ้าในอดีตกาลกำลังเลือนหายไป พร้อมกับมีบรรยากาศใหม่ๆ เข้ามาแทนที่

จากความสนุกสนานรื่นเริงท่ามกลางธรรมชาติเสียงแคน เสียงหมอลำพวน การละเล่นพื้นบ้าน และแสงสว่างจากกองหลัว (หลัว-ตอไม้ไผ่แห้ง) ได้กลายมาเป็น “ราตรีกำฟ้า” ที่มีการเลี้ยง รื่นเริง ท่ามกลางแสงสี และดนตรีสมัยใหม่
บางแห่งก็กลายเป็นงานสวนสนุกหารายได้เพื่อสร้างสาธารณกุศลไปก็มี แม้ขนมจีนหรือข้าวปุ้น ซึ่งเป็นอาหารหลัก ก็กลายเป็นความยุ่งยากมักทำไม่ทัน และยกเลิกไปเสียมากแล้ว คงเหลือเพียงข้าวหลาม ข้าวจี่ เป็นอาหารหลักแทน
อย่างไรก็ตาม ประเพณีกำฟ้าในแต่ละท้องถิ่น อาจมีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันออกไปบ้าง ตามภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ชาวไทยพวนทุกแห่งก็ยังคงรักษาคติความเชื่อดั้งเดิมเกี่ยวกับประเพณีกำฟ้า ไว้ได้อย่างมั่นคงตลอดมา
ประเพณีกำฟ้าของชาวไทยพวน ได้สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรอย่างใกล้ชิด เพราะการทำนาทำไร่ต้องพึ่งพาฝนจากฟ้าเป็นหลัก พิธีกรรมบูชาผีฟ้าเพื่อขอให้คุ้มครองป้องกัน และดลบันดาลให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ จึงเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ ให้เกิดแก่ชาวไทยพวนทั้งหลาย
ในขณะเดียวกัน ก็เป็นโอกาสให้ทุกคนหยุดพักจากกิจการงานทั้งปวง เพื่อพบปะสังสรรค์และสนุกสนานรื่นเริงระหว่างเครือญาติและพวกพ้องอันเป็น ช่องทางให้เกิดความรักสามัคคีในกลุ่มชาวไทยพวนอย่างแน่นแฟ้นตลอดมา
แม้ในปัจจุบัน ขนบประเพณีกำฟ้าจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่สายสัมพันธ์ของชาวไทยพวนทั้งหลายไม่เคยเปลี่ยนไป ดังปรากฏให้เห็นจากงานไทยพวนสังสรรค์ ซึ่งเป็นที่ชุมนุมของชาวไทยพวนจากทุกภูมิภาคของประเทศไทยเป็นประจำทุกปี ขณะเดียวกันก็ได้มีการตั้งชมรมในหมู่ชาวไทยพวน เพื่ออนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีและบรรยากาศเก่าๆ เอาไว้ให้มากที่สุด
ประเพณีกำฟ้าจึงมีส่วนสืบสานเผ่าพันธุ์ชาวไทยพวนให้โดดเด่นและดำรงอยู่ได้อีกนานแสนนาน.

ที่มา:http://www.thaipost.net/tabloid/170612/58317  และ http://www.hadsiew.com