Updates from July, 2016 Toggle Comment Threads | Keyboard Shortcuts

  • admin 20:17 on 26/07/2016 Permalink
    Tags: คานหาม, ตระกูลวงศ์วิเศษ, วงศ์วิเศษ, ,   

    คานหาม ของ ต้นสกุล วงศ์วิเศษ ไทยพวน หาดเสี้ยว 

    ภาพการหามเจ้านาย ใช้เวลาเดินทางระยะใกล้ๆ ซึ่งคานหามนี้ เป็นของท่านแสนจันทร์ ต้นสกุล วงศ์วิเศษ ชาวไทยพวน หาดเสี้ยว
    คานนี้มีความยาว ๓๓๐ เซนติเมตร ปัจจุบันเก็บไว้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสวรรควรนายก
    นางเนื่อง วงศ์วิเศษ เป็นผู้มอบในนามกุลทายาทตระกูลวงศ์วิเศษ

    Cr. สมชาย เดือนเพ็ญ

    คานหาม วงษ์วิเศษ

    คานหาม วงษ์วิเศษ

     
  • admin 11:10 on 10/03/2016 Permalink
    Tags: ข้าวแดกงา, งาขี้ม่อน, วิธีทำข้าวแดกงา   

    วิธีทำข้าวแดกงา 

    “วิธีทำข้าวแดกงา” สูตรบ้านๆ ที่แอดมินชอบกินตอนเด็กๆ
    ส่วนผสม
    1.ข้าวเหนียมนึ่งสุก ร้อนๆ หอมๆ
    2.งาขึ้ม่อน ไม่ใช่งาดำทั่วไปนะ หาซื้อแถวงานพระแท่น พระปรางค์มีขายเยอะ ซึ้อมาเก็บตุนไว้เลย
    3.เกลือป่นเล็กน้อย สักหยิบมือ

    สมัยก่อนใช้ครกไม้ใหญ่ๆ สากทั้งยาวทั้งใหญ่ สมัยนี้ใช้ครกตำน้ำพริก ครกตำส้มตำ ก็แทนกันได้นะ

    วิธีทำ
    เอาข้าวเหนียวนึ่ง ลงไปตำๆ โรงงาขี้ม่อนลงไป ตำให้เข้ากัน โรยเกลือสักหน่อยลงไป ให้รสชาติเค็มๆมันๆ เข้ากันดี ก็ตักขึ้นใส่จานเลย กินตอนร้อนๆ อร่อยมาก ถ้าปล่อยให้เย็นมันจะแข็งนิดนึง

     
  • admin 22:38 on 28/02/2016 Permalink
    Tags: ข่าแจะ, ทองคำผุย, นายกองส่วยทอง, ผ้าแดงเพลา, รัชการที่3, , , ส่วย, สวรรคโลก, แสนจัน,   

    จดหมายเหตุ ไทยพวน หาดเสี้ยว เมื่อครั้งอดีต 

    ในสมัยรัชการที่3 (พศ.2379) หรือ 180 ปีก่อน พื้นที่ในอำเภอศรีสัชนาลัย ยังเป็นส่วนหนึ่งของ มลฑลสวรรคโลก โดยมีการบันทึกในจดหมายเหตุว่า พื้นที่ตอนเหนือของสวรรคโลก มีชุมชนชาวพวนอยู่ และจะต้องมีการส่งส่วย เช่น ทองคำผุยและผ้าแดงเพลา ไปให้เจ้าเมืองสวรรคโลกเป็นระยะๆ โดย นาย “แสนจัน”เป็นผู้นำของชาวไทยพวน หาดเสี้ยวในสมัยนั้น

    มีจดหมายเหตุ สมัยรัชการที่3 ปรากฏชื่อ ไทยพวน  แขวงเมืองสวรรคโลก (ไทยพวน บ้านหาดเสี้ยว)  ดังนี้
    ใบบอกพระยาพิชิตภัคดี เจ้าเมืองสวรรคโลก เจ้าเมืองสวรรคโลก เรื่องส่งแทนทองคำส่วย และจัดซื้อไม้สักส่ง เลขที่ 42 จศ. 1198  ตรงกับ พศ. 2379 กล่าวถึงชื่อเลขไทและพวน
    ใบบอกเจ้าเมืองสวรรคโลก เรื่องส่งไม้ขอนสักส่วย เลขที่ 47 จศ.1189 ตรงกับ พศ. 2379  (กล่าวถึงชื่อ เลกลาวพวน , ข่าแจะ)
    ร่างสารตราเจ้าพระยาจักรี ถึงพระปลัดเมืองสวรรคโลก ตอบรับทองคำผุยส่วน กองลาวพวน เลขที่ 171 จศ. 1202 ตรงกับ พศ. 2383
    ใบบอกพระกำแหงสงคราม ปลัดเมืองสวรรคโลก ได้ให้หลวงทุกขราช นำทองคำผุยส่วย กองลาวพวน ลงมาส่ง  เลขที่ 60/ก  จศ. 1204  จดหมายเหตุฉบับนี้  ปรากฏชื่อ แสนจัน หัวหน้าไทยพวนเป็นครั้งแรก ตรงกับ พศ. 2385
    ใบบอกพระกำแหงสงคราม  ปลัดเมืองสวรรคโลก ได้ให้หลวงทุกขราช นำทองคำผุยส่วย  ลาวพวน ลงมาส่ง  เลขที่ 66 จศ. 1204   ตรงกับ พศ. 2385 จดหมายเหตุฉบับนี้ ปรากฏชื่อ แสนจัน อีก
    ร่างสารตราเจ้าพระยาจักรี  ตอบพระยาสวรรคโลก เรื่องส่งทองลาวพวน  เลขที่ 166 จศ. 1208  ตรงกับ พศ. 2389   ฉบับนี้เกณฑ์ส่วนให้ส่งทองและผ้าแดงเพลา
    ร่างสารตาเจ้าพระยาจักรี  ตอบพระยาสวรรคโลก ตอบรับทองคำส่วย เลขที่ 107 จศ. 1209 ฉบับนี้กล่าวถึงไทยพวนและข่าแจะ  ตรงกับ พศ. 2390
    ใบบอกพระยาพิชิตภักดี เจ้าเมืองสวรรคโลก บอกส่งทองคำส่วย กองลาวพวน เลขที่ 53  จศ.1211  ตรงกับ  2392  ยังปรากฏนาม แสนจัน นายกองส่วยทอง
    จดหมายเหตุ ร่างตราสารเจ้าพระยาจักรี  ถึงพระยาสวรรคโลก ตอบรับทองคำส่วย กองแสนจัน เลขที่ 108   จศ. 1211  ตรงกับ พศ. 2392

     
  • admin 22:20 on 20/02/2016 Permalink
    Tags: ผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น   

    ผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น 

    ผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น ของดีอำเภอศรีสัชนาลัย ความมหัศจรรย์ของการผสมผสานระหว่างดินและผ้า งานสร้างสรรค์ของชุมชนโดยใช้สีสันจากผืนแผ่นดินของบรรพบุรุษ

    ผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น

    ผ้าหมักโคลนบ้านนาต้นจั่น

     
  • admin 22:06 on 05/02/2016 Permalink
    Tags: , ที่มา, ประว้ติ, , ห้วยหยอก,   

    ประวัติหมู่บ้านแม่สาน ห้วยหยอก และ ป่าคา 

    ความเป็นมาของหมู่บ้านแม่สานและนามสกุลค้างคีรี หมู่บ้านแม่สานได้ก่อตั้งเป็นหมู่บ้านเมื่อราวปี พ.ศ.2390 โดยมีชาย 3 คน เป็นพี่น้องกัน คนโตชื่อก้าง คนรองชื่อว่านายคี ส่วนคนเล็กไม่มีการบันทึกไว้ สันนิฐานว่ามาจากอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน นายก้างเป็นคนที่สร้างหมู่บ้านแม่สานไปทางใต้ประมาณ 12 กิโลเมตร ปัจจุบันคือบ้านห้วยหยวก ส่วนน้องชายคนเล็กได้ปลูกบ้านห่างจากบ้านแม่สาน ไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ปัจจุบันคือบ้านป่าคา ทั้งสามคนพี่น้องสามารถปลูกบ้านคนละ 1 หลัง แต่ว่าทั้งสามยังไม่มีนามสกุลใช้และไม่มีผู้นำในการปกครอง ทั้งสามคนจึงปรึกษากัน และได้เข้าป่าล่าช้างป่ามาตัวหนึ่ง ได้ตัดงาแล้วนำไปเข้าเฝ้าในหลวง(ไม่ระบุว่าเป็นรัชกาลที่เท่าใด) ในหลวงได้พระราชทานนามสกุลให้ตามชื่อของเขาทั้งสามว่า “ก้างคีรี” และได้เลือกนายก้างเป็นผู้นำ ไม่กี่ปีต่อมา ได้มีการเปลี่ยนนามสกุลจาก “ก้างคีรี”เป็น “ค้างคีรี”โดยปลัดเหวียน ซึ่งเป็นปลัดอำเภอศรีสัชนาลัยในสมัยนั้นเป็นคนเปลี่ยนให้ และได้ใช้นามสกุลนั้นจนถึงปัจจุบัน

     
  • admin 10:21 on 22/01/2016 Permalink  

    9 สถานที่ที่ต้องไปเยือน เมื่อมาเที่ยวศรีสัชนาลัย 

    9 สถานที่ที่ต้องไปเยือน  เมื่อมาเที่ยวศรีสัชนาลัย

    1.

     
  • admin 16:42 on 07/01/2016 Permalink
    Tags: , , ไหว้พระ9วัด, ไหว้พระเก้าวัด   

    เส้นทางบุญ ไหว้พระ9วัด ศรีสัชนาลัย สุโขทัย 

    เส้นทางบุญ ไหว้พระ 9 วัด ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย   รายละเอียดจะนำเสนออีกครั้ง

    ไหว้พระเก้าวัด

    ไหว้พระเก้าวัด

    1.

    2.

    3.

    4.

    5.

    6.

    7.

    8.

    9.

     
  • admin 09:25 on 29/12/2015 Permalink
    Tags: ชมปรีดา, ชูศักดิ์ เกื้อกูล, , ทุ่งรวงทอง, , , พระครูบวรธรรมานุศาสก์, พิสิษฐ ชมปรีดา, , , , เก่าแก่, , โบราณ,   

    หาดเสี้ยวปริทรรศน์ : ตำนานแห่ง “ทุ่งรวงทอง” บน ถนนชมปรีดา 

    เขียนโดย อ.ชูศักดิ์ เกื้อกูล   เฟสบุ๊ค Chusak Kueakun

    ภาพแห่นาคด้วยขบวนช้าง ของชาวไทยพวนบ้านหาดเสี้ยว ซึ่งเป็นนาคจากบ้านใหม่ ตรงนี้น่าจะเป็นช่วงที่ขบวนแห่กำลัง ผ่านถนนชมปรีดา ที่เชื่อมระหว่างถนนศรีสัช-อุตรดิตถ์ด้านข้างโรงเรียนเมืองเชลียงกับตลาดสด สุขาภิบาลหาดเสี้ยว สังเกตพบว่าสองข้างถนนมีแต่ทุ่งนา แทบจะยังไม่มีบ้านเรือนอยู่เลยครับ
    ถนนสายนี้ริเริ่มสร้างโดยนายพิสิษฐ ชมปรีดา นายอำเภอศรีสัชนาลัย(2505-2509) จึงได้นำนามสกุลของท่านมาตั้งเป็นชื่อถนนครับ ผู้เขียนประมาณว่า ถนนสายนี้น่าจะสร้างในปี 2507-2508 โดยมีท่านพระครูบวรธรรมานุศาสก์ เจ้าอาวาสวัดหาดเสี้ยว เป็นผู้นำฝ่ายสงฆ์นำชาวบ้านทั้งตำบล(หาดเสี้ยว,หาดสูง,บ้านใหม่,ป่าไผ่ ฯลฯ) มาช่วยกันตัดถนนสายนี้ ผู้เขียนยังเป็นเด็กชั้นประถม แต่ก็มีโอกาสมาช่วยเหมือนกันครับ
    สถานที่สำคัญในอดีตอีกแห่งหนึ่งบนถนนสายนี้ก็คือ “ทุ่งรวงทอง”อยู่บริเวณตั้งแต่ ต้นปาล์มรีสอร์ทไปทางทิศใต้ครับ ตั้งชื่อโดยท่านพระครูบวรฯครับ เป็นพื้นที่สวนสนุกขนาดใหญ่ของบ้านหาดเสี้ยวในช่วงหน้าแล้ง เคยมีวงดนตรีลูกทุ่งชื่อดังระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็น วงไวพจน์ เพชรสุพรรณ, วงเพลิน พรมแดน ฯลฯ มาเปิดการแสดง แน่นอนครับ ไทยบ้านเหม่อ ก็ต้อง ไต่โข หรือ ห้ามโข มาเที่ยวงานกันเป็นที่สนุกสนานทุกครั้งเช่นกันครับ

     
  • admin 09:40 on 23/12/2015 Permalink
    Tags: , สะพานไม้, , ,   

    หาดเสี้ยวปริทรรศน์ : สะพานบ้านใหม่ (โขบ้านเหม่อ) 

    เขียนโดย Chusak Kueakun

    ขอบคุณ คุณจำลอง ดวงศรี ศิษย์เก่าเมืองเชลียง 25 ซึ่งเป็นญาติและคนบ้านเดียวกันกับผู้เขียน ได้มอบภาพเก่าจำนวนหลายภาพ ที่มีคุณค่าเพื่อนำมาเล่าสู่กันฟังทาง fb ครับ
    ครับ ตามชื่อเรื่องครับ สะพานบ้านใหม่ ในช่วงหน้าแล้งน้ำลดชาวบ้านใหม่จะช่วยกันสร้างสะพานไม้เชื่อมระหว่างบ้านใหม่กับหาดเสี้ยว ฝั่งหาดเสี้ยวจะอยู่ด้านใต้ของท่าหนองจิบ(ตรงกับตลาดสดเหนือ) ส่วนฝั่งบ้านใหม่เคยเรียกชื่อว่า ท่าเรือจ้างป้ารุน หรือท่าโรงสีพ่อเฒ่านัน(ซอย 9)


    ในภาพด้านขวาบน พอจะมองเห็นต้นตาลวัดบ้านใหม่นนทาราม(ที่เก่า),ท่าเตี่ยอยู่, ท่าเรือจ้างทิดทอง ผู้คนกำลังอาบน้ำ รวมทั้งหาดทรายที่หลายๆท่านเคยวิ่งเล่นตอนเป็นเด็ก เป็นแหล่งเพาะถั่วงอกและที่สำคัญเคยเป็นแหล่งน้ำบ่อทรายสะอาด รสชาติดีอร่อยแซบ ที่ทุกครอบครัวจะต้องมาตักใส่ถัง(คุ) แล้วหาบขึ้นตลิ่งกลับบ้านเกือบทุกวัน โดยเฉพาะหนุ่มสาวในช่วงบ่ายและเย็น
    พื้นที่ริมตลิ่งยังพอเห็นบริเวณปลูกพืชผักสวนครัว เช่น มันด้าง(มัน) หม่าห้อ(ถั่วลิสง) ผักกาดนานาชนิด ฯลฯ
    ผ่านมาเกือบ 50 แล้วครับ ปัจจุบันวิถีชีวิตตามที่เล่ามีให้พบเห็นน้อยมากหรือแทบไม่มีแล้ว คนรุ่นหลังมีโอกาสสัมผัสแม่น้ำยมแค่มองผ่านเท่านั้นครับ เนื่องจากสภาพและคุณภาพสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปมาก คงได้แค่ เล่าสู่กันฟังก็พอครับ !!

     
  • admin 09:27 on 16/12/2015 Permalink
    Tags: , วัดเวียงเชียง, วัดโพธิ์ทอง, วัดโพธิ์เงิน, , , ,   

    หาดเสี้ยวปริทรรศน์ : วัดโพธิ์ทอง 

    หาดเสี้ยวปริทรรศน์ : วัดโพธิ์ทอง

    เขียนโดย อ.ชูศักดิ์ เกื้อกูล Chusak Kueakun

    วันนี้ขออนุญาตนำภาพมาฝากจากหนังสือที่ระลึกงานฌาปนกิจศพคุณแม่เนือง มหาปัญญาวงศ์ ซึ่งจัดทำโดย ผศ.สนอง โกศัย ครับ
    เป็นบรรยากาศการทำบุญ และโบสถ์ของวัดหาดสูงในอดีต น่าจะเกิน 50 ปีแล้วครับ เป็นโบสถ์หลังเดิม ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับโบสถ์หลังใหม่ในปัจจุบันครับ
    วัดต่างๆของพี่น้องไทยพวนบ้านหาดเสี้ยวในอดีตมีชื่อเรียกแตกต่างจากปัจจุบัน นะครับเช่น(อ้างอิงจากหนังสือไทยพวน ของ พ.อ.วิเชียร วงศ์วิเศษ)
    วัดหาดเสี้ยว เดิมชื่อว่า วัดโพธิ์ไทร
    วัดหาดสูง เดิมชื่อว่า วัดโพธิ์ทอง
    วัดบ้านใหม่ เดิมชื่อ วัดนนทาราม
    วัดแม่ราก เดิมชื่อ วัดเวียงชัย
    การเปลี่ยนชื่อ น่าจะมีเหตุผลจาก เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อของหมู่บ้านที่วัดตั้งอยู่ครับ

     
  • admin 10:52 on 08/10/2015 Permalink
    Tags: , , ประเพณีพวงมะโหตร, พวงมะโหตร,   

    ประเพณีพวงมะโหตร วัดดงคู่ 

    พวงดอกไม้ที่เรียกว่า พวงมะโหตร บูชาธรรม ในเทศกาลเทศมหาชาติเป็นประจำทุกปี ปัจจุบันนี้ก็ยังมีอยู่ ลักษณะคือ เป็นดอกไม้ที่ปักซ้อนกัน เป็นชั้น ๆ แต่ละชั้นห่างกัน ประมาณ ๕๐ –๗๐ เซนติเมตร จำนวน ๗ –๙ ชั้นมีอุบะดอกไม้แห้งหรืออุบะ นก ปลา ฯลฯ หรือกระดาษสายรุ้งสีต่าง ๆ ห้อยไว้ที่ปลาย ก้านของดอกไม้แต่ละดอก เพื่อให้ชั้นของดอกไม้ต่อเนื่องกัน ลงมา เป็นพวงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑๕๐-๒๐๐ ซ.ม. ที่โคนของก้าน ดอกไม้ แต่ละดอกจะผูกของกินของใช้ เช่นขนมแห้ง ปากกา สมุด ดินสอไว้ด้วย การปักดอกและการผูกของกินของใช้ที่โคนของก้านดอกไม้นั้น ในชั้นเดียวกันก็ใช้ดอกไม้ประเภทเดียวกัน และของที่ใช้ผูกก็เป็นของชนิดเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อความกลมกลืนของดอกไม้ที่มีอยู่ ในชั้นเดียวกัน แม้แต่สีของดอกไม้ก็เป็นสีเดียวกันเช่นกัน

    พวงมะโหตร เป็นสื่อกลาง ที่ช่วยให้หนุ่มสาวได้ รู้จักคุ้นเคย กัน และศึกษานิสัยใจคอซึ่งกันและกัน เพราะการทำพวง มะโหตร ต้องอาศัยแรงงานคนมาก เช่นเหลาไม้ไผ่ที่ทำก้านของดอกไม้ การประดิษฐ์ ดอกไม้ชนิดต่าง ๆ การทำอุบะสำหรับแขวนที่ปลายก้าน ของดอกไม้ แต่ละดอก ระยะเวลาการเตรียมงาน และจัดทำดอกไม้ อย่างน้อยที่สุดประมาณ ๗ วัน ในช่วงเวลาที่หนุ่มสาวได้จัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อนำมาจัดสร้างพวงมะโหตรนี้เอง เป็นเวลาที่ทำให้หนุ่มสาวได้รู้จักกัน สร้างความคุ้นเคย และศึกษานิสัยใจคอซึ่ง กันและกัน

    การสร้างพวงมะโหตร จะเริ่มในวันขึ้น ๑๔ ค่ำ ภาคเช้า ก่อนวันพระออกพรรษา ประมาณ ๒-๓ วัน ใช้เวลาสร้างประมาณ ๓ ชั่วโมง โดยใช้เชือกแขวนที่ขื่อของศาลา นำปลายเชือกข้างหนึ่งมาร้อยผลส้มโอ แล้วปักดอกไม้แห้งต่อ ๆ กันเป็นวงกลม พวงมะโหตร ๑ ชั้น ใช้ดอกไม้ประมาณ ๒๐ – ๒๒ ดอกเมื่อปักดอกไม้เสร็จแล้วแขวนขนมแห้ง สตางค์ ที่โคนและแขวนอุบะที่ปลายของดอกไม้แต่ละดอกจากนั้นจึงชักพวงดอกไม้ให้สูง ขึ้นเพื่อจัดทำพวงมะโหตรชั้นที่ ๒ ทำเช่นนี้จนครบ ๗ –๙ ชั้น และในชั้นสุดท้ายของพวงมะโหตร จะแขวนพวงตะรั้งแทนอุบะ ใต้พวงมะโหตรเป็นของใช้สำหรับถวายวัดที่ไม่สามารถแขวนที่ก้านของดอกไม้ได้ เช่น โอ่ง หม้อ จาน ปิ่นโต ฯลฯ ส่วนภาคบ่ายจะมีเทศพระมาลัยประดับไว้ที่วัด ๑ คืน เช้าวันขึ้น ๑๕ ต่ำ ทำบุญตักบาตร และมีเทศมหาชาติ เมื่อเทศมหาชาติจบแล้ว ถวายพวงมะโหตร ถ้ามีงานตักบาตรเทโวโรหนะก็รื้อพวงมะโหตรถวายพระหลังจากงานเทโวโรหนะเลิก แล้ว คือในวันแรม ๑ ค่ำซึ่งเป็นวันออกพรรษา การสร้างพวงมะโหตรนี้ชาวบ้านเชื่อว่าได้บุญกุศลมากเพราะนอกจากจะได้ร่วมฉลอง เทศมหาชาติทั้ง ๑๓ กันแล้ว ยังเป็นการจัดหาข้าวของเครื่องใช้เข้าวัดด้วย และยังเป็นการสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่บ้านเดียวกันและหมู่บ้าน ใกล้เคียง เป็นสื่อกลางให้หนุ่มสาวได้ทำความรู้จักคุ้นเคยกันและสนิทสนมกันช่วยผ่อน คลายความตรึงเคียดจากการประกอบอาชีพของคนในท้องถิ่นได้อีกทางหนึ่ง

    เครดิตภาพ อสม.ยุพิน พีระ หมู่ที่ 3 บ้านดงคู่ใต้
    รพ.สต.ดงคู่

     
  • admin 12:09 on 25/06/2015 Permalink
    Tags: , , , , ,   

    หาดเสี้ยวปริทรรศน์ : วัฒนธรรมการสร้างบ้าน อีกหนึ่งวิถีชีวิตที่สวยงาม และมีคุณค่า 

    หาดเสี้ยวปริทรรศน์ : วัฒนธรรมการสร้างบ้าน อีกหนึ่งวิถีชีวิตที่สวยงาม และมีคุณค่า

    บทความโดย  อ.ชูศักดิ์ เกื้อกูล


    สมัยก่อน ชุมชนของพี่น้องไทยพวนตำบลหาด เสี้ยวอันประกอบไปด้วย 4 หมู่บ้าน คือ หมู่ 1-2 (บ้านหาดเสี้ยว) หมู่ 3 (บ้านหาดสูง) และหมู่ 4 (บ้านใหม่,บ้านป่าไผ่) จะมีวิถีการดำรงชีวิตที่ใกล้ชิด ไปมาหาสู่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด โดยเฉพาะการช่วยเหลือแลกเปลี่ยนด้านการใช้แรงงานที่เรียกว่า “เฮ่า” เป็นการแลกเปลี่ยนโดยไม่มีค่าจ้างครับ
    การสร้างบ้านก็เหมือนกันครับ หนุ่มสาวที่แต่งงานแล้วอยากจะสร้างบ้าน หลังจากเตรียมไม้และวัสดุอื่นๆที่จำเป็นได้พอสมควร แค่ใช้วิธีเดินบอกไปตามหมู่บ้านว่า “จี่แปงเฮือน เอาเสาลงหลุม” ก็จะมีญาติพี่น้อง บ้านใกล้เรือนเคียงอาสามาช่วยกันพร้อมด้วยเครื่องมือครบครันเช่น เลื่อย มุย(ค้อนแบบอีกด้านหนึ่งมีคมด้วย) ขวานฯลฯ บางครอบครัวที่เป็นญาติใกล้ชิดหรือรักใคร่นับถือกัน ยังอุ้มไก่มามอบให้ทำเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงแขกอีกด้วยนะครับ
    ลักษณะของบ้านหลังแรกนิยมปลูกแบบใต้ถุนสูง ส่วนมากจะประกอบไปด้วยเสาอย่างน้อย 9 ต้น ก่อนจะนำเอาเสาลงหลุมที่ขุดเตรียมไว้ จะใช้เครื่องมือเช่น ขวานด้ามยาว ตกแต่งเสาเรือนให้สวยงามก่อน เมื่อเอาเสาลงหลุมครบ 9 ต้นแล้วก็จะช่วยกันประกอบคาน ล่างที่เรียกว่า “ขาง” และ โครงหลังคา ที่เรียกว่า “เครื่องบน” เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ “แปงเฮือน” ครับ ที่เหลือเจ้าของบ้านจะค่อยๆต่อเติมเอาตามฐานะ ถ้างบน้อยอาจมุงหลังคาด้วยหญ้าคาก่อน ฝาบ้านก็ใช้วิธีตีแปะแล้วค่อยไสตกแต่งภายหลัง
    รูปแบบของตัวบ้านเพื่อการใช้สอย เท่าที่ผู้เขียนพอจำได้ จะมีดังนี้ครับ

    • ซานท่อง พอขึ้นพ้นบันไดบ้านก็จะพบพื้นที่เอนกประสงค์ส่วนนี้ครับ เป็นพื้นกระดานไม้ปูแบบโล่งๆ ไม่มีหลังคา ใช้ตากสิ่งของ รวมทั้งใช้เป็นที่นอนตอนกลางคืน หน้าร้อนด้วยครับ
    • แป๊นเรียบ อยู่ต่อจาก ซานท่อง ในระดับที่สูงกว่า และมีหลังคาคลุม อาจใช้เป็นที่รับแขกด้วย
    • กวงเฮือน ค่อนข้างเป็นที่ส่วนตัวของเจ้าของบ้าน รวมถึงใช้เป็นห้องนอน
    • เฮือนครัว ก็เป็นที่หุงหาอาหาร และที่นั่งล้อมวงรับประทานอาหารของครอบครัว
    • เฮือนเค้า หรือ เงียเค้า จะสร้างแยกเป็นสัดส่วนต่อจากตัวบ้าน ใช้เก็บข้าวเปลือกและข้าวปลูก
    • ซานเต้อ ใช้เป็นพื้นท่ีเก็บของสารพัด ที่ซักล้าง ส่วนมากจะอยู่ด้านหลังของตัวบ้าน
    • ฮางล้างตีน ทุกบ้านต้องมี อาจทำด้วยไม้หรือปูน แขกทุกคนก่อนขึ้นบ้านต้องล้างเท้าครับ

    ส่วนบริเวณใต้ถุนบ้านก็จะใช้เป็น เคาะควาย เคาะหมู โลกไก่ สารพัดสัตว์เลี้ยง เกือบทุกบ้าน มาถึงตอนนี้น่าแปลกใจว่า ทำไมตอนนั้น พวกเราไม่รู้สึกว่าเหม็นมูลสัตว์เหล่านี้เลยครับ

     
  • admin 13:50 on 24/03/2015 Permalink
    Tags: ดั้งเดิม, บ้านสมัยโบราณ, บ้านโบราณ, ริมน้ำ, , อาคารเก่า,   

    เรือนไม้เก่าแบบโบราณ อายุกว่า100 ปี ริมแม่น้ำยม บ้านหาดเสี้ยว 

    เรือนไม้เก่าแบบโบราณ อายุกว่า100 ปี ริมแม่น้ำยม บ้านหาดเสี้ยว สภาพเก่าและทรุดโทรมลงตามเวลา บ้านหลังนี้เคยเป็นบ้านของท่านขุนเกษม

     
  • admin 09:25 on 10/02/2015 Permalink
    Tags: , ตาน้ำ, , , ที่อยู่ช้างน้ำ, , , พระเล็ก สุธมฺมปญฺโญ, , , , , , , แปลก,   

    น้ำออกรู แม่สาน ที่อยู่ของช้างน้ำ สัตว์ลึกลับในตำนาน 

    “น้ำออกรู” ที่แม่สาน เป็นตาน้ำที่แปลก เพราะอุ่นกว่าที่อื่น ว่ากันว่าเป็นที่อยู่ของสัตว์ลึกลับ ที่เรียกว่า “ช้างน้ำ” สัตว์ที่คล้ายช้าง แต่ตัวเล็กจิ๋ว เราไปถ่ายรูปเสร็จก็กลับ ไม่ได้ค้นหาช้างน้ำกัน เพราะเพิ่งมาทราบทีหลังว่า จุดนี้มีตำนาน ช้างน้ำอาศัยอยู่

    พระเล็ก สุธมฺมปญฺโญ เคยมาที่นี่และบันทึกไว้ว่า ” มันเป็นช่องสองช่อง ทะลุออกมาจากเนินเฉย ๆ ช่องซ้ายโตกว่าบาตรนิดหน่อย อาตมาแหย่ไม้ด้ามกลดเข้าไปจนสุดแขน รวมความยาวตกวากว่า ๆ ไม่กระทบอะไรเลย นอก จากน้ำกับน้ำ… ถ้ามีช้างน้ำจริง ตัวมันต้องสูงไม่เกินสองฟุตเท่านั้น ไม่อย่างนั้นจะเข้าออกลำบาก น้ำนี้คงเป็นลำธารใต้ดิน ไหลทะลุมาโผล่ออกตรงนี้ น้ำอุ่นผิดกับที่อื่น เอ๊ะ..นั่นอะไร..?
    เป็นวงกลมคล้ายแหวน สีขาวอมเหลือง อาตมาใช้ไม้กลดสอดแล้วงัดขึ้นมาจากน้ำ สวยจริงๆ..ทดลองสวมดู ขนาดนิ้วหัวแม่มือยังหลวมเลย จะเป็นงาช้างน้ำหรือเปล่าหนอ..?
    ถ้าเป็นงาช้างน้ำก็แสดงว่า แม้เขาไม่ต้อนรับแขก แต่ก็ไม่ปล่อยให้แขกมาเก้อ แต่อาตมาขอแค่มาดูเท่านั้น ไม่คิดจะเอาอะไรไป เลยโยนกลับไปตามเดิม ขอบใจมากที่ให้ดู..! ”

     
  • admin 22:01 on 06/02/2015 Permalink
    Tags: , , นมัสการ, พระพุทธบาท, รอยพระบาท, , , , , , ,   

    รอยพระพุทธบาทขุนห้วยแห้ง ที่บ้านแม่สาน 

    ที่บ้านแม่สาน แอดมินเพจศรีสัชนาลัยและอบต.ตำบลแม่สำ ได้ไปสำรวจและบันทึกภาพมาให้ชมกัน โดยมีเรื่องเล่าของพระสงฆ์รูปหนึ่ง ได้เขียนไว้ว่า บนเทือกเขาที่สลับซับซ้อนในดงดิบ บนภูเขาที่มีนามว่าขุนห้วยแห้ง มีคนเฒ่าคนแก่ไป ล่าสัตว์พบรอยพระพุทธบาทอยู่บนนั้น รอยพระพุทธบาทนี้อาจจะเป็น ๑ ใน ๕ ของรอยพระพุทธบาทจริง สมควรเป็นรอยที่ตำราบ่งบอกว่า ประดิษฐานอยู่ ณ เมืองโยนกนคร เพราะถ้ำที่พระเจ้าพังคราชใช้ซ่องสุมกำลังพลกู้ชาติ อยู่ห่างจากรอยพระพุทธบาทชั่วระยะเดินไม่นาน…!

    พระเล็ก สุธมฺมปญฺโญ ซึ่งเคยมาธุดงค์และค้นหาเพื่อมานมัสการรอยพระพุทธบาทนี้ ได้เขียนบันทึกไว้ว่า “หนทางที่ดูเหมือนยาวไกลไม่สิ้นสุด ฝ่าดงทากที่รุมดูดเลือดจนแดงไปทั้งสองเท้า ในที่สุด…อาตมาก็ได้พบได้นมัสการสมดังใจ รอยพระพุทธบาทนั้นอยู่บนหินใหญ่กลางห้วย เป็นรอยพระบาทขวาลักษณะมุ่งไปทางทิศเหนือ… พบครั้งแรกอาตมาคิดว่าไม่ใช่ เพราะแม้ว่าจะปรากฏชัดบนหินอัคนี เหมือนเราเหยียบบนดินเหนียวก็ตาม แต่ดูด้วยตาแล้ว ใหญ่กว่ารอยเท้าคนทั่วไปนิดเดียว พออาตมาทดลองวัดด้วยด้ามกลด ก็เกิดความพิศวงยิ่งขึ้น…? ดูเท่าไรก็เล็กนิดเดียว แต่พอวัดเข้าจริง ๆ ยาวถึงสองศอกกับ ๑ คืบ…! อัศจรรย์ไหมเล่า…? น่าเสียดายที่ไปอยู่กลางลำห้วยช่วงน้ำตกแก่งพอดี แรงน้ำที่เทลงในหน้าฝน จึงลบทำลายจนรายละเอียดต่าง ๆ จางหายไปเกือบหมด… นิ้วพระบาทปรากฏพระอังคุฐและพระดัชนีเพียงราง ๆ อีกสามนิ้วเลือนหายหมดแล้ว พออาตมาจุดธูปเทียนบูชา น้ำตาเทียนทั้ง ๑๑ เล่ม ไหลรวมกันเป็นรูปเท้าเล็ก ๆ เหมือนเท้าเด็กอ่อน ชัดเจนและสวยงามเป็นที่สุด…! ”

    #รอยพระพุทธบาท #ขุนห้วยแห้ง #โยนกนคร #ลับแล #ศรีสัชนาลัย #แม่สาน #แม่สำ #ตำบลแม่สำ #สุโขทัย

     
c
compose new post
j
next post/next comment
k
previous post/previous comment
r
reply
e
edit
o
show/hide comments
t
go to top
l
go to login
h
show/hide help
shift + esc
cancel