Updates from February, 2016 Toggle Comment Threads | Keyboard Shortcuts

  • admin 22:06 on 05/02/2016 Permalink
    Tags: , ที่มา, ประว้ติ, , ห้วยหยอก,   

    ประวัติหมู่บ้านแม่สาน ห้วยหยอก และ ป่าคา 

    ความเป็นมาของหมู่บ้านแม่สานและนามสกุลค้างคีรี หมู่บ้านแม่สานได้ก่อตั้งเป็นหมู่บ้านเมื่อราวปี พ.ศ.2390 โดยมีชาย 3 คน เป็นพี่น้องกัน คนโตชื่อก้าง คนรองชื่อว่านายคี ส่วนคนเล็กไม่มีการบันทึกไว้ สันนิฐานว่ามาจากอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน นายก้างเป็นคนที่สร้างหมู่บ้านแม่สานไปทางใต้ประมาณ 12 กิโลเมตร ปัจจุบันคือบ้านห้วยหยวก ส่วนน้องชายคนเล็กได้ปลูกบ้านห่างจากบ้านแม่สาน ไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ปัจจุบันคือบ้านป่าคา ทั้งสามคนพี่น้องสามารถปลูกบ้านคนละ 1 หลัง แต่ว่าทั้งสามยังไม่มีนามสกุลใช้และไม่มีผู้นำในการปกครอง ทั้งสามคนจึงปรึกษากัน และได้เข้าป่าล่าช้างป่ามาตัวหนึ่ง ได้ตัดงาแล้วนำไปเข้าเฝ้าในหลวง(ไม่ระบุว่าเป็นรัชกาลที่เท่าใด) ในหลวงได้พระราชทานนามสกุลให้ตามชื่อของเขาทั้งสามว่า “ก้างคีรี” และได้เลือกนายก้างเป็นผู้นำ ไม่กี่ปีต่อมา ได้มีการเปลี่ยนนามสกุลจาก “ก้างคีรี”เป็น “ค้างคีรี”โดยปลัดเหวียน ซึ่งเป็นปลัดอำเภอศรีสัชนาลัยในสมัยนั้นเป็นคนเปลี่ยนให้ และได้ใช้นามสกุลนั้นจนถึงปัจจุบัน

     
  • admin 22:01 on 06/02/2015 Permalink
    Tags: , , นมัสการ, พระพุทธบาท, รอยพระบาท, , , , , , ,   

    รอยพระพุทธบาทขุนห้วยแห้ง ที่บ้านแม่สาน 

    ที่บ้านแม่สาน แอดมินเพจศรีสัชนาลัยและอบต.ตำบลแม่สำ ได้ไปสำรวจและบันทึกภาพมาให้ชมกัน โดยมีเรื่องเล่าของพระสงฆ์รูปหนึ่ง ได้เขียนไว้ว่า บนเทือกเขาที่สลับซับซ้อนในดงดิบ บนภูเขาที่มีนามว่าขุนห้วยแห้ง มีคนเฒ่าคนแก่ไป ล่าสัตว์พบรอยพระพุทธบาทอยู่บนนั้น รอยพระพุทธบาทนี้อาจจะเป็น ๑ ใน ๕ ของรอยพระพุทธบาทจริง สมควรเป็นรอยที่ตำราบ่งบอกว่า ประดิษฐานอยู่ ณ เมืองโยนกนคร เพราะถ้ำที่พระเจ้าพังคราชใช้ซ่องสุมกำลังพลกู้ชาติ อยู่ห่างจากรอยพระพุทธบาทชั่วระยะเดินไม่นาน…!

    พระเล็ก สุธมฺมปญฺโญ ซึ่งเคยมาธุดงค์และค้นหาเพื่อมานมัสการรอยพระพุทธบาทนี้ ได้เขียนบันทึกไว้ว่า “หนทางที่ดูเหมือนยาวไกลไม่สิ้นสุด ฝ่าดงทากที่รุมดูดเลือดจนแดงไปทั้งสองเท้า ในที่สุด…อาตมาก็ได้พบได้นมัสการสมดังใจ รอยพระพุทธบาทนั้นอยู่บนหินใหญ่กลางห้วย เป็นรอยพระบาทขวาลักษณะมุ่งไปทางทิศเหนือ… พบครั้งแรกอาตมาคิดว่าไม่ใช่ เพราะแม้ว่าจะปรากฏชัดบนหินอัคนี เหมือนเราเหยียบบนดินเหนียวก็ตาม แต่ดูด้วยตาแล้ว ใหญ่กว่ารอยเท้าคนทั่วไปนิดเดียว พออาตมาทดลองวัดด้วยด้ามกลด ก็เกิดความพิศวงยิ่งขึ้น…? ดูเท่าไรก็เล็กนิดเดียว แต่พอวัดเข้าจริง ๆ ยาวถึงสองศอกกับ ๑ คืบ…! อัศจรรย์ไหมเล่า…? น่าเสียดายที่ไปอยู่กลางลำห้วยช่วงน้ำตกแก่งพอดี แรงน้ำที่เทลงในหน้าฝน จึงลบทำลายจนรายละเอียดต่าง ๆ จางหายไปเกือบหมด… นิ้วพระบาทปรากฏพระอังคุฐและพระดัชนีเพียงราง ๆ อีกสามนิ้วเลือนหายหมดแล้ว พออาตมาจุดธูปเทียนบูชา น้ำตาเทียนทั้ง ๑๑ เล่ม ไหลรวมกันเป็นรูปเท้าเล็ก ๆ เหมือนเท้าเด็กอ่อน ชัดเจนและสวยงามเป็นที่สุด…! ”

    #รอยพระพุทธบาท #ขุนห้วยแห้ง #โยนกนคร #ลับแล #ศรีสัชนาลัย #แม่สาน #แม่สำ #ตำบลแม่สำ #สุโขทัย

     
  • admin 04:28 on 18/10/2010 Permalink
    Tags: บ้านใหม่ไทยพัฒนา   

    บ้านใหม่ไทยพัฒนา 

    บ้านใหม่ไทยพัฒนา หมู่ที่ 7 ตำบลสารจิตร อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เดิมอยู่รวมกับหมู่ที่ 1 บ้านโบราณหลวง ตำบลสารจิตร เนื่องจากมีจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น ผู้ใหญ่จรัญ อินทร ได้คิดเสนอโครงการแยกหมู่บ้าน และได้จัดตั้งหมู่บ้านใหม่ขึ้นในปี 2533 โดยใช้ชื่อ “บ้านใหม่ไทยพัฒนา” เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

    สภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบลุ่ม

     
  • admin 04:27 on 18/10/2010 Permalink
    Tags:   

    บ้านใหม่ 

    บ้านใหม่คือหมู่บ้านของชาวไทพวน
    ถิ่นฐานเดิมของชาวไทยพวน ตามประวัติศาสตร์ย่อมเป็นที่ทราบกันดีว่า ชนชาติไทยเรานั้นมีถิ่นฐานเดิมอยู่ในตอนใต้ของประเทศจีน แล้วได้ถอยร่นลงมาเป็นลำดับตามเหตุการณ์ต่าง ๆ จนกระทั่งได้มาตั้งอยู่ ณ ที่ปัจจุบันนี้ ชาวไทยพวนก็เป็นคนไทยสาขาหนึ่ง ดังข้อความในหนังสืออักขรานุกรมภูมิศาสตร์ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่ม 1 หน้า 295 ซึ่งคุณถวิล เกษรราช นำมาลงไว้ในหนังสือประวัติผู้ไทยตอนหนึ่งมีข้อความว่า “ชนชาติต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยปัจจุบันนี้ นอกจากชาวไทยแล้ว ยังมีคนไทยสาขาอื่น ๆ อีกหลายสาขาเช่น ผู้ไทย พวน และโซ่ง ซึ่งเป็นคนไทย สาขาหนึ่ง เดิม ผู้ไทย พวน และโซ่ง มีถิ่นฐานอยู่ทางฝั่งแม่น้ำโขงในประเทศลาว ทางแขวงซำเหนือ และแขวงเซียงขวาง พวกผู้ไทยมีอยู่ทางอีสาน มีจังหวัดสกลนคร และนครพนม เป็นต้น ส่วนพวกพวนและพวกโซ่งมีอยู่กระจัดกระจายเป็นแห่ง ๆ ทางภาคกลางมีจังหวัดสุโขทัย จังหวัดลพบุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดกาญจนบุรีเป็นต้น ไทยทั้ง 3 พวกนี้มีลักษณะทางภาษาใกล้เคียงกันมาก แทบจะกล่าวได้อย่างกว้าง ๆ ว่าเป็นภาษาไทยสาขาเดียวกัน แม้ ชาวไทยพวนเอง เรียกพวกบ้านเดียวกันหรือต่างบ้าน ก็จะมีคำว่า “ไทย” กำกับด้วยเสมอ คล้ายกับประเทศพวกตนเองว่าเป็นคนไทยเช่น ไทยบ้านเหนือ ไทยบ้านกลาง ไทยบ้านใต้ ไทยบ้านหาดสูง ไทยบ้านใหม่ ไทยบ้านแม่ราก และเรียกคนต่างถิ่นว่าเป็นคนไทยด้วย เช่น ถ้าพบคนต่างถิ่น เมื่อต้องการทราบว่าเป็นคนบ้านไหนก็จะถามว่าท่านเป็นคนบ้านไหน (ภาษาไทยพวนว่า เจ้าเป็นไทยบ้านเลอ) ดังนั้น จึงเข้าใจว่าชาวไทยพวนคงจะมีถิ่นฐานรวมอยู่ ณ ที่แห่งเดียวกันด้วย “พวน” ซึ่งเป็นคำเรียกชื่อชาวไทยสาขาหนึ่ง มีถิ่นฐานอยู่ที่เมืองพวน แขวงเมืองเชียงขวาง ในประเทศลาว มีความหมายว่ากระไร เหตุไรจึงเรียกชื่อว่า “พวน” การค้นคว้าได้ตั้งคำถามที่จะค้นคว้าไว้คือ “พวน , คนพวน , ชาวพวน, ไทยพวน, ลาวพวน ” หนังสือที่จะค้นคือ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน อัขรานุกรมภูมิศาสตร์ ปทานุกรม กระทรวงธรรมการซึ่งเลิกใช้แล้วแต่ก็ต้องผิดหวังเพราะไม่มีคำว่าพวน ซึ่งให้ความหมายเป็นชื่อเรียกคนเลย มีแต่ เชือกเกลียว, แนว, รวงข้าวที่นวดแล้ว หรืออ้อยซึ่งหีบครั้งที่สอง ” เมื่อความหมายไม่ตรงกับที่ผู้เรียบเรียงต้องการ

    http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/lopburi/thitirud_p/sadpun/sec01p02.html

     
  • admin 04:26 on 18/10/2010 Permalink
    Tags:   

    หาดเสี้ยว 

    คำว่า “หาดเสี้ยว” มีหลายที่มา บางท่านก็ว่า เกิดจากท่าน้ำที่มีหาดเป็นเสี้ยวๆ คือ แหว่งไป ประกอบกับหาดทรายมีต้นส้มเสี้ยว (ต้นกาหลง) ใหญ่ เป็นเครื่องหมาย และตรงกับชื่อในถิ่นฐานเดิม จึงตึ้งชื่อตำบลว่า ต.หาดเสี้ยว

    บ้างก็ว่าหาดมีต้นกาหลง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ต้นส้มเสี้ยว จึงนำเอาคำว่าหาด กับคำว่าเสี้ยว มาประสมกัน

    บ้างก็ว่า เกิดจากลำน้ำยมบริเวณนั้น มีโขดหินใหญ่ ทำให้น้ำไหลเชี่ยวกว่าบริเวณอื่นๆ จึงเรียกว่า หาดเชี่ยว หรือเพี้ยนเป็น หาดเสี้ยว ตามสำเนียงไทพวน กลายในปัจจุบัน

    เล่ากันว่า แต่ก่อนหมู่บ้านนี้ไม่มีชื่อ จวบจนธิดาสาวเจ้าเมืองเชียงราย ได้เสด็จทางชลมารคลงเรือมาดที่เมืองแพร่ล่องมาตามลำน้ำยมเพื่อจะไปเยี่ยมพระสหายซึ่งเป็นพระธิดาเจ้าเมืองตาก บังเอิญเรือรั่วขณะผ่านมาทางย่านนี้ จึงแวะจอดซ่อมเรือ ถามคนแถวนี้ถึงชื่อบ้าน ไม่มีใครตอบได้ บังเอิญได้พบหัวหน้าหมู่บ้านที่มาช่วยเหลือ จึงได้ชี้แนะให้เรียกบ้านหาดเชี่ยว ตามความไหลเชี่ยวของน้ำยมที่ไหลผ่านช่วงนั้น หัวหน้าหมู่บ้านได้ขยายความข้อนี้ จนกลายเป็นชื่อเรียกติดปากตั้งแต่นั้นมา จนกระทั่งเมื่อสมเด็จกรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระสังฆราชเสด็จหมู่บ้านนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2460 ได้ทรงโปรดให้เปลี่ยนชื่อบ้านจาก หาดเชี่ยว เป็น หาดเสี้ยว และวัดประจำหมู่บ้านที่ชื่อวัดโพธิ์ไทร ก็ให้เรียกเป็น วัดหาดเสี้ยว เช่นเดียวกัน ชาวไทยพวน อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย มีอาชีพ ทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงหมู เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เวลาว่างจากการทำนา หญิงทอผ้า ชายตีเหล็ก ผู้เป็นช่างเงิน ช่างทอง ก็ทำเครื่องเงินเครื่องทอง
    จารึกที่วัดหาดเสี้ยวกล่าวไว้ว่าได้สร้างวัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2387 ปีถามเมา (ปีเถาะไทย) ในคิมหันต์ฤดู (ฤดูร้อน) เดือนกินตะหม่า (เดือนห้าไทย) ซึ่งแต่เดิมชื่อวัดโพธิ์ไทย มาจนถึงปี พ.ศ. 2460 สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญานวโรรส เสด็จและทรงโปรดรับสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขชื่อเสียใหม่ จากจารึกของวัดหาดเสี้ยวเองทำให้เราทราบว่าชุมชนพวนมาตั้งรกรากอยู่บริเวณ นี้ไม่ต่ำกว่า 150 ปีแล้ว

    บ้านหาดเสี้ยว ตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย เป็นแหล่งจำหน่ายผ้าทอพื้นเมือง เช่น ซิ่นตีนจก ผ้าขาวม้า ผ้าคลุมต่างๆ ผ้าทอหาดเสี้ยวเป็นผ้าที่มีลวดลายสวยงามและมีชื่อเสียงมาก เกือบทุกบ้านจะมีกี่ทอผ้าตั้งอยู่

    ที่มา http://www.thaitambon.com/tambon/ttambon.asp?ID=640501

     
  • admin 04:15 on 18/10/2010 Permalink
    Tags:   

    บ้านหาดสูง 

    ไทพวนหรือลาวพวน เป็นกลุ่มชนที่อพยพมาจากเมืองพวนแขวงเชียงขวางของ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในภาคเหนือของประเทศไทย และในภาคกลางบางจังหวัดชาวไทยเชื้อสายพวนในประเทศไทยที่มีการทอผ้าจกกันมาก

    ไทพวนกลุ่มหนึ่งได้มาอาศัยและตั้งฐิ่นฐานที่ริมแม่น้ำยม ฝั่งตะวันตก ตรงข้ามกับหาดเสี้ยว กลายเป็นบ้านหาดสูงในปัจจุบัน

    ** http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/lopburi/thitirud_p/sadpun/sec01p04.html

     
  • admin 04:14 on 18/10/2010 Permalink
    Tags:   

    บ้านหาดแค 

    บ้านหาดแคเป็นหมู่บ้านที่มีแม่น้ำยมไหลผ่าน และมีหาดยื่นลงสู่แม่น้ำ ประชาชนที่ผ่านไปมาก็แวะพักแรม บริเวณหาดนี้มีต้นแคอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเรียกว่าบ้านหาดแค

    ภูมิประเทศตั้งอยู่ระหว่างหุบเขาเป็นที่ลุ่ม ทิศตะวันตกติดแม่น้ำยม มีลำห้วยและคลองมาก

     
  • admin 04:14 on 18/10/2010 Permalink
    Tags: บ้านห้วยสัก   

    บ้านห้วยสัก 

    บ้านห้วยสัก หมู่ที่ 6 เดิมรวมกับ บ้านห้วยไคร้ หมู่ที่ 1 แต่เนื่องจากบ้านห้วยไคร้ เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ มี400 กว่าหลังคาเรือน จึงมีการแยกหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านคนแรก คือ นายมงคล พิมพ์เหมือน เป็นผู้ใหญ่บ้าน 2 สมัย (10 ปี) ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน คือ นายจะเล ชูเชิด ที่ตั้งและอาณาเขต บ้านห้วยสัก หมู่ที่ 6 ตำบลดงคู่ ตั้งอยู่ห่างจากอำเภอศรีสัชนาลัย เป็นระยะทาง 12 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับ ม.1 ต.ดงคู่ ทิศใต้ ติดต่อกับ ม.4 ต.ดงคู่ ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ม.7 ต.ดงคู่ ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ม.8 ต.ป่างิ้ว จำนวนประชากร จำนวนหลังคาเรือนทั้งหมด 148 หลังคาเรือน เป็นชาย 295 คน เป็นหญิง 301 คน รวม 596 คน การคมนาคม บ้านห้วยสัก หมู่ที่ 6 ตำบลดงคู่ เป็นหมู่บ้านที่มีการคมนาคมสะดวก ถนนใช้การได้ดีตลอดทั้งปี

    พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ เหมาะสำหรับใช้เป็น พื้นที่เป็นที่อยู่อาศัย และการประกอบ อาชีพทางการ เกษตรกรรม ประชาชนส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายตำบลบ้านตึก และจังหวัดอุตรดิตถ์

     
  • admin 04:13 on 18/10/2010 Permalink
    Tags: บ้านห้วยโป้   

    บ้านห้วยโป้ 

    บ้านห้วยโป้ตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2464 โดยแยกมาจากตำบลแม่สำ มีนายกลิ้ง เจือจำ เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก ต่อมาเมื่อปี 2536 ได้มีการแยกเป็นอีก 2หมู่บ้าน คือ บ้าน ปากสิน หมู่ที่ 12 และบ้านพงเสลียง หมู่ที่ 14 ราษฎรส่วนมากเป็นคนพื้นเมืองจึงใช้ภาษาเหนือเป็นภาษาท้องถิ่นและมีนายหวัง กาใจ เป็นผู้ใหญ่บ้าน คนปัจจุบัน ที่ตั้ง บ้านห้วยโป้ ตั้งอยู่ในพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สิน ห่างจากอำเภอไปทางทิศเหนือ ประมาณ 35 กิโลเมตร ลักษณะทั่วไป บ้านห้วยโป้ ม. 4 มีพื้นที่รวมทั้งหมด 3,680 ไร่ แยกเป็นพื้นที่อยู่อาศัย จำนวน 680 ไร่ พื้นที่ทำการเกษตร ประมาณ จำนวน 3,000 ไร่ จำนวนครัวเรือนทั้งหมด 169 ครัวเรือน ประชากรทั้งหมด จำนวน 595คน แยกเป็นชาย 316 คน หญิง 279 คน ภูมิประเทศ เป็นพื้นที่ราบลุ่มมีป่าชุมชนและสวนส้ม

     
  • admin 04:13 on 18/10/2010 Permalink
    Tags: บ้านห้วยตะเพียนทอง   

    บ้านห้วยตะเพียนทอง 

    บ้านห้วยตะเพียนทองเดิมขึ้นอยู่กับหมู่ที่ 7 ตำบลป่างิ้ว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ประชากรในหมู่บ้านส่วนใหญ่มาจากหลายหมู่บ้านและหลายอำเภอ เช่น อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งมาอยู่รวมกันใช้ภาษากลางเป็นภาษาในการสื่อสาร ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร ทำนา และอาชีพเสริม คือทำหอมแดงและทอผ้า และต่อมาได้แยกหมู่บ้าน ออกจากหมู่ที่ 7 ตำบลป่างิ้ว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2543 เป็นหมู่ที่ 8 ตำบลป่างิ้ว อำเภอศรีสัชนาลัย โดยมีนายจำลอง มูลแก่น เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกและคนปัจจุบัน

    สภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบลุ่ม

     
  • admin 04:13 on 18/10/2010 Permalink
    Tags:   

    บ้านห้วยตม 

    ชุมชนบ้านห้วยตม ตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ชายเขาม่อนฤาษี รอยต่อระหว่างอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ และอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย มีภูเขาเป็นเส้นแบ่งเขต ชุมชนห้วยตมเป็นชุมชนเก่าแก่จากการเก็บข้อมูลเบื้องต้นมีการตั้งบ้านเรือนมากกว่า 100 ปี ประชาชนที่อาศัยอยู่เป็นประชาชนพื้นถิ่นบ้านตึก และบางส่วนเข้ามาปลูกไม้ผลผสมผสานจากชุมชน อำเภอลับแล เป็นแหล่งทรัพยากรพันธุ์ดั้งเดิมที่สำคัญของภาคเหนือตอนล่าง บ้านห้วยตมเป็นชื่อเรียกตามลำห้วยเป็นหนอง โคลน ตม จึงเรียกชื่อว่า บ้านห้วยตม ซึ่งแยกหมู่บ้านจากหมู่ที่ 6 บ้านดงย่าปา มาเป็นหมู่ที่ 7 บ้านห้วยตม ใน พ.ศ.2499 ผู้ใหญ่บ้านคนแรกของหมู่บ้านคือ นายทิพย์ ทะปัญญา ชุมชนมีครัวเรือน 196 ครอบครัว การอพยพถิ่นฐานมีน้อยเนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของสวนผลไม้ คนในชุมชนมีการถือครองที่ดินเฉลี่ย 30 ไร่/ครัวเรือน มีรายได้จากการปลูกไม้ผล เช่น ลองกอง ทุเรียน มะไฟ มะนาว กาแฟ และพืชผักที่เป็นรายได้หลัก การตั้งบ้านเรือนและการถือครองที่ดิน จำนวนครัวเรือนทั้งหมด 196 ครัวเรือน การตั้งบ้านเรือนขนานกับลำห้วยทรวงและถนน ตั้งบ้านเรือนที่อยู่อาศัยในร่องเขามีที่ทำกิน สิทธิ์ในที่ทำกิน สปก.1 – 2 , พบท.5 และสค.1,สค.2 บางส่วนไม่มีเอกสารสิทธิชุมชน แต่ชุมชนแยกสิทธิ์ของชุมชนเอง ประชากรส่วนใหญ่สืบเชื้อสายจาก จ.อุตรดิตถ์

    พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา มีที่ราบเล็กน้อย มีลำห้วย แม่รากเป็นสายน้ำหลักของหมู่บ้าน พื้นที่บางส่วนถูกน้ำท่วมเสียหายอย่างรุนแรง พื้นที่ถูกทรายภูเขาทับถมกลายเป็นที่ดินที่เสื่อมสภาพ

     
  • admin 04:12 on 18/10/2010 Permalink
    Tags: บ้านห้วยเดื่อ   

    บ้านห้วยเดื่อ 

    บ้านห้วยเดื่อแยกออกมาจากบ้านแม่เทินเหนือ หมู่ที่ 8 ตำบล แม่สิน เมื่อประมาณปี พ.ศ.2538 โดยมีนายประยุทธ์ นรินทร เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก บริเวณนี้มีต้นมะเดื่ออยู่มากมายบริเวณลำห้วยและบนภูเขา จึงเรียกขานชื่อหมู่บ้านว่าห้วยมะเดื่อ และเปลี่ยนเป็นห้วยเดื่อเรื่อยมาจนปัจจุบัน ที่ตั้ง บ้านห้วยเดื่อ ตั้งอยู่ในพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สิน ห่างจากอำเภอไปทางทิศเหนือ ประมาณ 38 กิโลเมตร ลักษณะทั่วไป บ้านปางสัก ม. 19 มีพื้นที่รวมทั้งหมด 12,000 ไร่ แยกเป็นพื้นที่อยู่อาศัย จำนวน 2,000 ไร่ พื้นที่ทำการเกษตร ประมาณ จำนวน 10,000 ไร่ จำนวนครัวเรือนทั้งหมด 94 ครัวเรือน ประชากรทั้งหมด จำนวน253 คน แยกเป็นชาย 132 คน หญิง 121 คน

    ลักษณะภูมิอากาศและภูมิประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบเชิงเขา มีภูเขาและสวนส้มล้อมรอบ

     
  • admin 04:12 on 18/10/2010 Permalink
    Tags: บ้านห้วยดู่   

    บ้านห้วยดู่ 

    บ้านห้วยดู่ หมู่ที่ 7 เดิมขึ้นอยู่กับ หมู่ที่ 8 ตำบลบ้านตึกต่อมาได้แยกตำบลจากตำบลบ้านตึก เป็น หมู่ที่ 1 – หมู่ที่ 5 ตำบลดงคู่ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2503 มาจนถึงปัจจุบัน ในปี 2536 หมู่ที่ 2 ได้แยกหมู่บ้านเป็น บ้านดงคู่ หมู่ที่ 2 และบ้านห้วยดู่ หมู่ที่ 7 มีนายสปัน แหลมหลัก เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก บ้านห้วยดู่ มีสายน้ำห้วยดู่ไหลมาบรรจบกับลำห้วยไคร้ที่เหนือหมู่บ้าน จึงเรียกชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านห้วยดู่” ที่ตั้งและอาณาเขต บ้านห้วยดู่ หมู่ที่ 7 ตำบลดงคู่ ตั้งอยู่ห่างจากอำเภอศรีสัชนาลัย เป็นระยะทาง 15 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับ ม.6 ต.ดงคู่ ทิศใต้ ติดต่อกับ ม.3 ต.ดงคู่ ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ม.2 ต.ดงคู่ ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ม.6 ต.ดงคู่ จำนวนประชากร จำนวนครัวเรือนทั้งหมด 137 ครัวเรือน เป็นชาย 210 คน เป็นหญิง 220 คน รวม 430 คน การคมนาคม บ้านห้วยดู่ หมู่ที่ 7 ตำบลดงคู่ เป็นหมู่บ้าน ที่มีการคมนาคมสะดวก ถนนใช้การได้ดีตลอด ทั้งปี

     
  • admin 04:09 on 18/10/2010 Permalink
    Tags: บ้านหมอนสูง   

    บ้านหมอนสูง 

    แต่เดิมมามีผู้อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน 6 ครอบครัว คือ 1.นายเปียง – นางลอย เพิ่มพูน 2.นายมี – นางน้อย พร้อมญาติ 3.นายแสน – นางแก้ว ลำเชือก 4.นายห้อง – นางเงิน เรืองฤทธิ์ 5.นายหมด – นางปัน ลำดับ 6.นายไหล – นางน้อย ลำดับ ทั้ง 6 ครอบครัวอเข้ามาอยู่รืมห้วยแม่ราก เพื่อทำไร่ พื้นที่หมู่บ้านแต่เดิมรกไปด้วยป่าไม้ และมีงูชุกชุม จึงเข้าใจไปว่าถ้าไปหาครอบครัวทั้ง 6 ครอบครัว คือ ไปบ้านโพรงงู ต่อมามีหลายครอบครัวโยกย้ายมาจากที่อื่นๆ บ้าง เครือญาติของทั้ง 6 ครอบครัวบ้าง จึงเรียกชุมชนนี้ว่า “บ้านโพรงงู” เมื่อมีประชากรเพิ่มมากขึ้นมีการตัดไม้เพื่อปลูกสร้างบ้านเรือน หรือเพื่อทำการอย่างอื่น จึงมีการนำไม้ซุงมากองรวมกันกองสูงใหญ่เมื่อคนต่างหมู่บ้านผ่านไป – มา มองเห็นกองไม้ก็พดกันต่อไปว่าบ้านหมอนซุง ซึ่งต่อมามีการพัฒนาการด้านต่างๆ เจริญมากขึ้น ทางราชการเล็งเหนความสำคัญในพื้นที่เพื่อการเกษตรกรรม จึงมีโครงการสร้างฝายเก็บกักน้ำเพื่อการเกษตรขึ้น ชื่อฝายศรีเชลียง และมีการพัฒนาเรียกหมู่บ้านนี้ว่า บ้านหมอนสูง หมู่ที่ 10 แยกจากบ้านแม่รากใต้ หมู่ที่ 1 ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2534 มีนายบุญธรรม กิจธาดา เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก นายบุญเลิศ อยู่เย็น เป็นผู้ใหญ่บ้านคนที่ 2 และนายวัน ระวังภัย เป็นผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน

    สภาพพื้นที่เป็นพื้นราบ มีลำคลองแม่รากไหลผ่านตลอดหมู่บ้าน ด้านตะวันออกมีลำห้วยแม่ตะเพียนทองไหลผ่าน และมีพื้นที่เป็นเนินเขาเล็กน้อย ประชากรส่วนใหญ่สืบเชื้อสายจาก จ.ลำปาง และจ.อุตรดิตถ์

     
  • admin 04:08 on 18/10/2010 Permalink
    Tags:   

    บ้านหนองอ้อ 

    ตำบลหนองอ้อ ราษฏรส่วนใหญ่อยู่บริเวณที่ราบฝั่งแม่น้ำยม การคมนาคมในสมัยก่อนอาศัยการเดินเรือในการติดต่อซื้อขายกัน สาเหตุที่เรียก ต.หนองอ้อ เพราะบริเวณริมฝั่งแม่น้ำยมมีต้นอ้ออยู่เป็นจำนวนมาก จึงเรียกว่าบ้านหนองอ้อ
    อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอศรีสัชนาลัย ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร มีจำนวนประชากรอาศัยอยู่ 177 ครัวเรือน ประวัติหมู่บ้าน บ้านหนองอ้อ เป็นหมู่บ้านดั้งเดิม โดยอาศัยแม่น้ำยมเป็นหลัก โดยมีหนองอ้อ 1 แห่ง มีเนื้อที่ประมาณ 13 ไร่ และมีต้นอ้อเป็นจำนวนมาก ขึ้นอยู่ในหนองน้ำแห่งนี้ จึงตั้งชื่อหมู่บ้าน ตามต้นอ้อ แต่นั้นมา มีกำนันผู้ใหญ่ ดังต่อไปนี้ กำนันคนแรก ชื่อ นายตุ๋ย ต่อจากนั้นก็มีกำนันคนต่อมา ชื่อ นายเชิด ศรีทองพิน จนครบวาระ 60 ปี และเสียชีวิตลงอายุ 88 ปี ประมาณ 10 ปี ที่แล้ว ต่อมามีผู้ใหญ่บ้าน ชื่อ นายมั่น ช่างต่อ อยู่จนครบวาระ 60 ปี จำนวนประชากร ทั้งหมด 357 ชาย 167 คน หญิง 190 คน
    ต.หนองอ้อ ตั้งอยู่ในเขต อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ประกอบด้วย 8 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านป่ายาง บ้านคลองปากร้าว บ้านหนองอ้อ หมู่ที่ 3, 4 บ้านเกาะน้อย หมู่ที่ 5, 6 บ้านดงยาง และบ้านปางถ่าน

     
c
compose new post
j
next post/next comment
k
previous post/previous comment
r
reply
e
edit
o
show/hide comments
t
go to top
l
go to login
h
show/hide help
shift + esc
cancel