Updates from October, 2010 Toggle Comment Threads | Keyboard Shortcuts

  • admin 04:08 on 18/10/2010 Permalink
    Tags: บ้านแสนตอ   

    บ้านแสนตอ 

    กล่าวตามประวัติความเป็นมา “ระหว่างพระร่วงเจ้าและสาวงามชื่อว่า นางคำ ซึ่งเป็นสาวงามในสมัยนั้น ได้พบรักกัน และในกาลต่อมา ได้เกิดมีความเข้าใจผิดกันระหว่างพระร่วงเจ้าและนางคำ ทำให้นางคำได้หนีพระร่วงเจ้ามา พอพระร่วงเจ้ารู้ว่านางคำหนีมา จึงรีบเร่งตามนางคำมา ด้วยความรีบร้อนและขาดความระมัดระวัง พระร่วงเจ้าจึงพลาดสะดุดตอหกล้ม (ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ คือ บ้านแสนตอ เนื่องจากมีตอไม้อยู่เป็นจำนวนมาก)

     
  • admin 04:08 on 18/10/2010 Permalink
    Tags: บ้านสุเม่นเหนือ   

    บ้านสุเม่นเหนือ 

    เดิมบ้านสุเม่นเหนืออยู่รวมบ้านสุเม่น ต่อมามีราษฎรจากจังหวัดลำปางและจังหวัดแพร่อพยพตั้งรกรากทำให้มีประชากรเพิ่มจำนวนมากจึงได้แยกหมู่บ้านออกมาเป็นบ้านสุเม่นเหนือ หมู่ที่ 21 เมื่อประมาณ ปี 2539 ต่อมาได้มีชาวเขาเผ่าลีซออพยพเข้ามาอยู่ประมาณ 30 หลังคาเรือน เรื่อยมาจนปัจจุบัน ที่ตั้ง บ้านสุเม่นเหนือ ตั้งอยู่ในพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบล แม่สิน ห่างจากอำเภอไปทางทิศเหนือ ประมาณ 40 กิโลเมตร ลักษณะทั่วไป บ้านสุเม่นเหนือม. 21 มีพื้นที่รวมทั้งหมด 39,375 ไร่ แยกเป็นพื้นที่อยู่อาศัย จำนวน 625 ไร่ พื้นที่ทำการเกษตร ประมาณ จำนวน 8.750ไร่ จำนวนครัวเรือนทั้งหมด 200 ครัวเรือน ประชากรทั้งหมด จำนวน 750 คน แยกเป็นชาย 360 คน หญิง 390 คน
    สภาพภูมิประเทศ เป็นที่ราบเชิงเขาและพื้นที่ป่า มีแม่น้ำยมไหลผ่าน สภาพภูมิอากาศร่มรื่นตลอด

     
  • admin 04:07 on 18/10/2010 Permalink
    Tags: บ้านสุเม่น   

    บ้านสุเม่น 

    แต่เดิมได้มีผู้คนจากหลายถิ่นฐานอพยพมาอยู่ในพื้นที่บริเวณนี้ ทั้งจากบ้านบ่อแก้ว อำเภอเด่นชัย จังหวัดลำปาง จังหวัดแพร่ บางส่วนก็เป็นชาวเผ่ายางและลีซอ พอจำนวนผู้คนมากขึ้นก็ได้ ตั้งชื่อ หมู่บ้านว่าบ้านสูงเม่น ซึ่งมาจากความหมายว่าเป็นแม่น้ำยม คือ ลำน้ำคดเคี้ยวเลี้ยวหักศอก บ้างก็เล่าต่อกันมาว่ามีสัตว์ป่า มากมายอยู่บริเวณนี้ แต่ส่วนใหญ่ เป็นเม่น จึงได้ชื่อว่า บ้านสุเม่น จนกระทั่งปี พ.ศ. 2424 จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นบ้านสุเม่น เรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน ที่ตั้ง บ้านสุเม่นตั้งอยู่ในพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สิน ห่างจากอำเภอไปทางทิศเหนือ ประมาณ 45 กิโลเมตร ลักษณะทั่วไป บ้านสุเม่น ม. 1 มีพื้นที่รวมทั้งหมด 7,600 ไร่ แยกเป็นพื้นที่อยู่อาศัย จำนวน 1,000 ไร่ พื้นที่ทำการเกษตร ประมาณ จำนวน 6,600 ไร่ จำนวนครัวเรือนทั้งหมด 156 ครัวเรือน ประชากรทั้งหมด จำนวน 540 คน แยกเป็นชาย 227 คน หญิง 263 คน

    พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง มีพื้นที่ทำการเกษตร คือ สวนส้ม โดยรอบหมู่บ้านมีภูเขาทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกของหมู่บ้านเป็นแนวยาวตลอดหมู่บ้าน สภาพภูมิอากาศร่มรื่นตลอดทั้งปีมีต้นไม้ทุกชนิดในหมู่บ้าน มี 3 ฤดู คือ ฤดูฝน ฤดูหนาว ฤดูร้อน สภาพเศรษฐกิจ ชาวบ้านสุเม่น ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการทำเกษตร เช่น ทำสวนส้ม ทำไร่ คิดเป็นร้อยละ90 ของผู้ประกอบอาชีพทั้งหมด รองลงมา คือ ทำนา,ทำไร่ ประมาณร้อยละ 10 ของผู้ประกอบ อาชีพทั้งหมด โดยมีรายได้เฉลี่ย 33,978 บาทต่อคนต่อปี

     
  • admin 04:07 on 18/10/2010 Permalink
    Tags: ตำนานพระร่วง นางคำ, ตำนานสารจิตร, นิยายปรำปรา, , ประวัติ ตำบลสารจิตร,   

    บ้านสารจิตร 

    ตำบลสารจิตรตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2521 โดยแบ่งเขตออกจากตำบลบ้านแก่ง จำนวน 6 หมู่บ่าน ได้แก่ บ้านโบราณหลวง บ้านคุก บ้านสารจิตร บ้านสารจิตร บ้านแสนตอ และ บ้านโป่ง ต่อมาจนถึงปัจจุบันได้แบ่งเขตหมู่บ้านออกเป็น 12 หมู่ ซึ่งได้แก่ บ้านโบราณหลวง บ้านคุก บ้านสารจิตร บ้านสาราจิตร บ้านแสนตอ บ้านโป่ง บ้านใหม่ไทยพัฒนา บ้านสามหลุม บ้านคุกเหนือ บ้านสารจิตรเหนือ บ้านไร่บัวงาม และบ้านคุกพัฒนา ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอศรีสัชนาลัย

    ตำนานรักในสมัยพระร่วงเจ้า คือเรื่องราวความรักระหว่างพระร่วง และนางคำซึ่งเป็นสาวงามในสมัยนั้น พระร่วงหรือนายร่วงในขณะนั้นได้พบกับนางคำกำลังเล่นน้ำที่แก่งหลวง (อยู่ในพื้นที่ตำบลเมืองเก่า อำเภอศรีสัชนาลัย) พระร่วงติดตาต้องใจนางคำอยากได้นางคำเป็นภรรยา นางคำจึงบอกให้พระร่วงสร้างสะพานข้ามแก่งหลวง พระร่วงจึงใช้วาจาสิทธิ์เนรมิตสะพานให้ทันที แต่นางคำกลับวิ่งข้ามสะพานหนีไป เพราะตกใจรูปร่างอันใหญ่โตของพระร่วง ซึ่งพื้นที่ตรงนั้นได้กลายเป็นบ้านหนองข้ามหรือหนองขามในเวลาต่อมา ด้วยหลงเสน่หาต่อนางคำอย่างมากพระร่วงจึงวิ่งตามนางคำไปซึ่งผ่านบริเวณที่มี ตอไม้มากและได้สะดุดตอไม้ล้มลง บริเวณนั้นจึงกลายเป็นที่มาของบ้านแสนตอ แต่ยังคงไม่ละความพยายามยังเดินค้นหานางคำต่อไปจนเหนื่อยล้าที่ไล่ตามนางคำ ไม่ทันจนถึงกับต้องนั่งคุกเข่าก่อนที่จะลุกขึ้นไล่ตามนางคำต่อจนกลายเป็น ที่มาของบ้านคุกซึ่งมีที่มาจากคุกเข่ามิใช่คุกตะรางเหมือนที่หลายคนเข้าใจ และพระร่วงได้เดินตามหานางคำต่อไปแต่ไม่เจอนางคำจึงเกิดความเศร้าโศกและ ร้องไห้เสียใจเพราะคิดถึงนางคำจนเสียจริตบริเวรนั้นจึงกลายเป็นที่มาของบ้าน สารจิตร

    ต่อมาเมื่อพระร่วงตามหานางคำจนพบ นางคำได้ออกอุบายโดยการชวนพระร่วงดำนาแข่งกัน ถ้าพระร่วงดำนาชนะนางคำจะยอมแต่งงานด้วย แต่ถ้าพระร่วงแพ้ต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับนาง พระร่วงตอบตกลงและนัดแนะวันแข่งขันดำนา เมื่อถึงวันแข่งขันพระร่วงก็แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสวยแล้วมายืนดูนางคำดำนา ฝ่ายเดียวจนนางคำเกือบจะดำนาเสร็จโดยไม่มีทีท่าว่าพระร่วงจะเริ่มดำนาเลย นางคำแปลกใจมากจึงตะโกนถามพระร่วงว่าเมื่อไรจะลงมือดำนาสักที

    พระร่วงได้ฟังดังนั้นก็จึงตะโกนตอบนางคำไปว่า “เอาล่ะ ต่อไปนี้ข้าจะดำนาแล้วนะ เอ้านาจงเต็มไปด้วยต้นกล้าทั้งแปลงเดี๋ยวนี้” ด้วยวาจาสิทธิ์ของพระร่วง ต้นกล้าก็กลับงอกงามขึ้นเต็มท้องนาในทันที นางคำเห็นเช่นนั้นจึงตกใจมาก จึงตะโกนต่อว่าพระร่วงว่าเป็นคนขี้โกง แต่พระร่วงไม่สนและทวงสัญญา นางคำก็บ่ายเบี่ยงโดยอ้างว่าไม่เห็นพระร่วงลงมือดำนาเองเลย จะชนะได้อย่างไร นางคำจึงวิ่งหนีขึ้นไปแอบในถ้ำบนภูเขา แล้วนำผ้าถุงมาปิดปากถ้ำไว้ เพื่อไม่ให้พระร่วงเข้าไปในถ้ำ เพราะหากลอดผ้าถุงจะทำให้อิทธิฤทธิ์ของพระร่วงเสื่อม พระร่วงพยายามอ้อนวอนให้นางคำออกมาจากถ้ำเท่าไร ๆ ก็ไม่เป็นผล จึงสาปให้นางคำอยู่ในถ้ำตลอดไป ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงเรียกภูเขาลูกนั้นว่า เขานางคำ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งตำนานของพระร่วงนางคำในแต่ละพื้นถิ่นยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่าง ออกไปตามการบอกเล่าที่สืบต่อกันมา อาทิเช่น บางตำนานเล่าว่าที่มาของหนองจระเข้ซึ่งเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ของตำบลสารจิตร นั้นก็มีที่มาจากการที่พระร่วงเสกจระเข้ให้คอยเฝ้านางคำเอาไว้ไม่ให้ลงจาก ถ้ำ เป็นต้น

    ปัจจุบัน ตำบลสารจิตรมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๔๖,๕๗๖ ไร่ มีประชาก

     
  • admin 04:06 on 18/10/2010 Permalink
    Tags: บ้านสามหลุม   

    บ้านสามหลุม 

    บ้านสามหลุม หมู่ที่ 8 ตำบลสารจิตร อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ตั้งอยู่ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลสารจิตร เนื้อที่ 658 ไร่ พื้นที่การเกษตร 1,564 ไร่ ก่อนมาเป็นบ้านสามหลุม เดิมมีบ้านอยู่สามเกาะหรือสามกลุ่ม แห้งแล้งและกันดาลน้ำมาก น้ำในบ่อไม่มีใช้แห้งหมด มียายกับตาซึ่งเดินค้นหาแหล่งน้ำ เพื่อไว้กินและใช้ บังเอิญมาเจอแหล่งน้ำอยู่ในพื้นที่นี้ถึง 3 บ่อ ตายายดีใจมากรีบกลับ มาบอกให้คนในหมู่บ้านได้รู้ และ มากินมาใช้น้ำที่ตนค้นพบ หมู่บ้านทั้งสามกลุ่มก็ได้มาใช้น้ำที่นี่ และได้ย้ายบ้านย้ายครอบครัวมาอยู่ใกล้แหล่งน้ำ ตาบอกว่าชื่อหมู่บ้านยังไม่มีก็เลยเอาหลุมน้ำที่ช่วยให้ทุกคนรอดตายมีน้ำกินและใช้มาเป็นชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านสามหลุม” มาถึงในปัจจุบันนี้

     
  • admin 04:06 on 18/10/2010 Permalink
    Tags:   

    บ้านศาลาไก่ฟุบ 

    จากสภาพพื้นที่ ที่เป็นที่ราบลุ่ม ทำให้มีคนมาจับจองที่ดินในการทำนา เป็นส่วนใหญ่ ด้วยพื้นที่ที่ห่างไกล จากหมู่บ้านท่าชัย และบ้านดงคู่ ชาวนาจึงได้สร้างที่พักขนาดเล็กเรียก “ห้างนา” เพื่อเป็นที่อยู่ ที่พักอาศัยทั้งหลบแสงแดดและสายฝน ตามบริเวณตามที่ดินของตนเอง ต่อมามีจำนวนมากขึ้น โดยไม่เดินทางกลับบ้านเดิม จึงเกิดเป็นหมู่บ้านขึ้นมา ตามตำนานเล่าขาน สภาพบ้านแต่ละหลังหรือห้างนา อยู่ห่างไกลกันมาก การไปมาหาสู่กันจะต้องเดินด้วยเท้าเท่านั้น ไม่มีถนน จากสภาพที่ไกลนั้นมีไก่พลัดหลง เดินมาแล้วมาฟุบนอนลงบริเวณทางเดินที่เป็นสามแยกเป็นศาลาพักร้อนกลางบ้าน ซึ่งต่อมาชาวบ้านได้ร่วมกันทำบุญสร้างวัดบริเวณศาลาทางแยกดังกล่าว และตั้งชื่อวัดว่า “วัดศาลาไก่ฟุบ” และได้ตั้งชื่อหมู่บ้านตามวัดว่า “บ้านศาลาไก่ฟุบ” เรียกกันจนเรื่อยมาถึงปัจจุบันนี้ ที่ตั้ง บ้านศาลาไก่ฟุบ หมู่ที่ 7 ตำบลท่าชัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ตั้งอยู่ในพื้นที่ เทศบาลตำบลศรีสัชนาลัย ห่างจากอำเภอไปทางทิศใต้ ประมาณ 11 กิโลเมตร ลักษณะทั่วไป บ้านศาลาไก่ฟุบ ม. 7 มีพื้นที่รวมทั้งหมด 3,500ไร่ แยกเป็นพื้นที่อยู่อาศัย จำนวน 50 ไร่ พื้นที่ทำการเกษตร ประมาณ จำนวน 3,450 ไร่ จำนวนครัวเรือนทั้งหมด 60 ครัวเรือน ประชากรทั้งหมด จำนวน 240 คน แยกเป็นชาย 111 คน หญิง 129 คน

    ลักษณะภูมิอากาศและภูมิประเทศ สภาพภูมิประเทศ เป็นที่ราบในระดับถนน ในส่วนของการตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนตั้งอยู่สองฝั่งถนนสายหลักของหมู่บ้านตลอดแนวยาว 3.5 กิโลเมตร มีพื้นที่ทำนาหรือทุ่งนาของราษฎรอยู่โดยรอบของของหมู่บ้าน

     
  • admin 04:06 on 18/10/2010 Permalink
    Tags: บ้านศรีสวรรค์   

    บ้านศรีสวรรค์ 

    บ้านศรีสวรรค์ ก่อตั้งเมื่อปี 2487 ซึ่งท่านปลัดเวียง วิเชียรสวรรค์ ในตอนนั้นได้จัดตั้งชื่อหมู่บ้านขึ้นก่อนจะแยกออกจาก หมู่ที่ 1 บ้านแก่ง เพื่อให้สอดคล้องกับชื่ออำเภอศรีสัชนาลัย และอำเภอต่างๆ ในจังหวัดสุโขทัย อยู่ทางทิศตะวันตกของที่ว่าการอำเภอศรีสัชนาลัย

     
  • admin 04:05 on 18/10/2010 Permalink
    Tags:   

    บ้านวังวน 

    บ้านวังวน หมู่ที่ 1 ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ตั้งอยู่ในพื้นที่ เทศบาลตำบลศรีสัชนาลัย หมู่บ้านป่ายางตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอศรีสัชนาลัยไปทางทิศเหนือประมาณ 18 กิโลเมตร มีประชากรอาศัยอยู่ 164 ครัวเรือน ประวัติหมู่บ้าน เป็นเรื่องเล่าของคนเฒ่าคนแก่ได้เล่าให้ฟังว่า แม่นำยมในจุดที่ไหลผ่านหมู่ที่ 1 จะมีความลึกมากเมื่อเอาลำไม้ไผ่ปักลงไปในน้ำปักลงไปไม่ถึง ประกอบกับแม่น้ำมีความกว้างมากจึงทำให้กระแสน้ำไหววนไป จึงเป็นที่มาของชื่อ วังวน จำนวนประชากร ทั้งหมด 465 ชาย 199 คน หญิง 266 คน

    ลักษณะภูมประเทศเป็นพื้นที่ราบลุ่มเหมาะแก่การเพาะปลูก

     
  • admin 04:05 on 18/10/2010 Permalink
    Tags: บ้านวังค่า บ้านวังเจริญ   

    บ้านวังค่า บ้านวังเจริญ 

    บ้านวังค่าเดิมเรียกว่า “บ้านนาป่าเอี้ยง” ซึ่งแต่เดิมตั้งอยู่ที่ตีนเขาม่อนมานะทางทิศตะวันออก ซึ่งที่นาตรงนั้นมีบ่อน้ำอยู่ลึกลงไปพอสมควร เพราะความแห้งแล้งจึงอพยพลงมาติดกับแม่น้ำยมในปัจจุบัน ซึ่งขณะนั้นริมฝั่งแม่น้ำยมมีต้นมะค่าใหญ่อยู่ตรงข้างวัดติดกับป่าช้า และที่ต้นมะค่านั้นมีวังน้ำไหลวนเชี่ยว ประกอบกับแม่น้ำไหลแรงจึงเป็นวังวนอยู่ที่กลางแม่น้ำยม

     
  • admin 04:04 on 18/10/2010 Permalink
    Tags: บ้านวังขอนงุ้น   

    บ้านวังขอนงุ้น 

    ชาวบ้านอพยพมาจากหลายหมู่บ้าน เช่น ดอนระเบียง ท่าชัย เป็นต้น และได้มาจับจองที่ทำกินจนมาเป็นหมู่บ้านวังขอนงุ้น หมู่ที่ 7 ปัจจุบันนี้ สภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบสูง

     
  • admin 04:04 on 18/10/2010 Permalink
    Tags: บ้านลำโชค   

    บ้านลำโชค 

    ประวัติหมู่บ้าน บ้านลำโชค เดิมรวมอยู่กับหมู่ที่ 6 บ้านปากคะยางในสมัยก่อนบ้านลำโชคเดิมมีสภาพเป็นป่าใหญ่ เมื่อปี พ.ศ. 2509 มีประชากรจำนวน 12 ครัวเรือนซึ่งย้ายถิ่นฐานจากจังหวัดอุตรดิตถ์ เข้ามาทำการเกษตรซึ่งต่อมาได้แบ่งแยกออกมาเป็นบ้านลำโชค หมู่ที่ 7 ที่ตั้งและอาณาเขต ทิศเหนือ จด หมู่ที่ 8 ตำบลบ้านแก่ง ทิศใต้ จด หมู่ที่ 12 ตำบลบ้านแก่ง ทิศตะวันออกจด หมู่ที่ 8 ตำบลบ้านแก่ง ทิศตะวันตก จด อำเภอทุ่งเสลี่ยม

    พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่กว้าง ติดภูเขา มีห้วยขุนชาญ ห้วยทับยาง ห้วยลึกและห้วยงูเหลือมและห้วยอื่นๆ การประกอบอาชีพ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ทำสวน,ไร่ และเกษตรและรับจ้าง

     
  • admin 04:03 on 18/10/2010 Permalink
    Tags: บ้านไร่บัวงาม   

    บ้านไร่บัวงาม 

    บ้านไร่บัวงาม หมู่ที่ 11 ตำบลสารจิตร แบ่งเขตการปกครองออกจาก หมู่ที่ 5 บ้านแสนตอเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2540 เนื่องจากจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น นำโดยผู้ใหญ่ทองพิณ ตรัสมา ผู้ใหญ่หมู่ที่ 5 ตำบลสารจิตร ได้ทำโครงการแยกหมู่บ้าน โดยใช้ชื่อหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านไร่บัวงาม” เนื่องจากทางทิศเหนือของหมู่บ้านชาวบ้านเรียกว่า “บ้านไร่” ส่วนทางด้านทิศใต้ เรียกว่า “หนองบัว” เลยมีการจัดประชาคมขอมติที่ประชุมในการจัดตั้งชื่อบ้าน มติที่ประชุมเป็นเอกฉันท์ ให้ใช้ชื่อ “บ้านไร่บัวงาม” ตั้งแต่บัดนั้นมาจนถึงปัจจุบัน

     
  • admin 04:03 on 18/10/2010 Permalink
    Tags: บ้านไร่ใน   

    บ้านไร่ใน 

    บ้านไร่ในแยกจาก หมู่ที่ 2 ตำบลแม่สำ เมื่อปี พ.ศ.2539 มีสภาพเป็นภูเขาล้อมรอบ เดิมทีเป็นป่าไม้เสื่อมโทรม ซึ่งมีชาวบ้านจากหมู่ที่ 2 แม่สำเหนือและชาวบ้านภูนก หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านตึก เข้ามาถางป่าทำไร่ และมีประชาชนย้ายมาจาก อำเภอศรีสำโรง เข้ามาจับจองซื้อที่ดินกับชาวบ้านหมู่ที่ 2 ตำบลแม่สำ และชาวบ้านหมู่ที่ 4 ตำบล บ้านตึก ซึ่งตอนนั้นชาวบ้านทั้งหลาย พากันเรียกพื้นที่ตรงนี้ว่า ไร่ใน เพราะอยู่ในป่า ซึ่งตอนนั้นจะต้องเดินทางด้วยเท้า และใช้เกวียนเท่านั้น ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2539 ทางราชการได้ทำการแยกหมู่บ้าน จึงได้ชื่อว่า บ้านไร่ใน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

     
  • admin 04:03 on 18/10/2010 Permalink
    Tags: บ้านแม่สำเหนือ   

    บ้านแม่สำเหนือ 

    ตำบลแม่สำประกอบไปด้วย กลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดั้งเดิม คือกลุ่มคนไท​  และกลุ่มชนที่เดินทางอพยพเข้ามาอาศัยในพื้นที่ภายหลัง  ได้แก่ ชนเผ่ากะเหรี่ยง  เย้า ม้ง  และกลุ่มคนลาวอพยพ

    จากสภาพทางภูมิศาสตร์ ดินแดนแถบนี้เป็นป่าดงทึบมีไม้เสลียมเก่าแก่และใหญ่โตมาก มีลำห้วยหลายสายไหลผ่าน  สภาพพื้นที่มีความชุ่มฉ่ำเป็นอย่างมาก คำว่า ฉ่ำ ในภาษากลาง แต่ภาษาพื้นบ้าน ออกเสียง เป็น ส่ำ  จึงได้ตั้งชื่อตำบลนี้ว่า “แม่สำ“

    พื้นที่ตำบลแม่สำประกอบไปด้วย 14 หมู่บ้าน  พื้นที่ จำนวน  204.13 ตารางกิโลเมตร  ประชากร จำนวน 7,459 คน แยกเป็นชาย  3,768 คน หญิง 3,692 คน  มีจำนวนหลังคาเรือน 2,694  หลังคาเรือน  ความหนาแน่นของประชากร 36.5 คนต่อตารางกิโลเมตร

    อาณาเขตตำบลแม่สำ  ทิศเหนือติดกับตำบลแม่สิน  ทิศใต้ติดกับตำบลป่างิ้วและตำบลบ้านแก่ง  ทิศตะวันออกติดกับตำบลบ้านตึกและตำบลป่างิ้ว  ทิศตะวันตกติดกับอำเภอเถิน  จังหวัดลำปาง

    ลักษณะทั่วไป บ้านแม่สำเหนือ ม. 2 มีพื้นที่รวมทั้งหมด 3,437 ไร่ แยกเป็นพื้นที่อยู่อาศัย จำนวน 82 ไร่ พื้นที่ทำการเกษตร ประมาณ จำนวน 1,497 ไร่ ที่สาธารณประโยชน์ จำนวน 56 ไร่ แม่น้ำ, ลำ ห้วย,ถนน จำนวน 134 ไร่ ป่าไม้,ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 1,668 ไร่ จำนวนครัวเรือนทั้งหมด 187 ครัวเรือน ประชากรทั้งหมด จำนวน 703 คน แยกเป็นชาย 350 คน หญิง 353 คน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ บางส่วนเป็นที่ดอนสลับด้วยภูเขาเล็กๆ โดยชาวบ้านแม่สำเหนือจะตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำยมตลอดแนว ยาว 3 กิโลเมตร มีพื้นที่ทำนาหรือทุ่งนาของราษฎรอยู่กึ่งกลางหมู่บ้านและมีถนนสายหลักอ้อมหมู่บ้านและตัดตรงกลางหมู่บ้าน มีภูเขาทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกของหมู่บ้านเป็นแนวยาวตลอดหมู่บ้าน สภาพภูมิอากาศร่มรื่นตลอดทั้งปีมีต้นไม้ทุกชนิดในหมู่บ้าน มี 3 ฤดู คือ ฤดูฝน ฤดูหนาว ฤดูร้อน ชาวบ้านแม่สำเหนือ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร เช่น ทำนา ทำสวนส้ม ทำไร่ คิดเป็นร้อยละ75 ของ ผู้ประกอบอาชีพทั้งหมด รองลงมา คือ เลี้ยงสัตว์ ทอผ้า รับจ้าง ประมาณร้อยละ 10ของผู้ประกอบอาชีพทั้งหมด โดยมีรายได้เฉลี่ย 26,036 บาทต่อคนต่อปี

     
  • admin 04:01 on 18/10/2010 Permalink
    Tags: บ้านแม่สำใต้   

    บ้านแม่สำใต้ 

    บ้านแม่สำใต้ หมู่ที่ 1 ตำบลแม่สำ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ตั้งขึ้นเมื่อประมาณปีพุทธศักราช 2321 อายุประมาณ 227 ปี ตามหลักฐานของแม่หม่อมจันทร์ กล่าวว่า บรรพบุรุษของชาวบ้านตอสักได้อพยพมาจากนครเวียงจันทน์ ประเทศลาว อพยพมาครั้งนั้นพบว่าสถานที่บริเวณนี้ปลอดภัยที่สุด ทำเล หรือท้องถิ่นแห่งตำบลนี้ยังไม่มีหมู่บ้านใดๆ ตั้งอยู่หรือเกิดขึ้น ท้องถิ่นนี้เป็นดงทึบมีไม้เสลียมเก่าแก่และใหญ่โตมาก เป็นดงแห่งไม่สักใหญ่ ต้นเสลียมหรือต้นผึ้งใหญ่ปรากฏให้เห็นทั้งมีรังผึ้งทำรังอยู่มากมายถึงปีพุทธศักราช 2479 กาลต่อมาจึงเรียกหมู่บ้านชาวเวียงจันทน์อาศัยอยู่นี้ว่า “บ้านต้นผึ้ง” และมีการเรียกชื่อใหม่ตามสภาพพื้นที่ที่มีความชุ่มช่ำว่า “แม่สำ“ ต่อมามีการขยายชุมชนออกไปทางใต้ของหมู่บ้านเป็นอีกหมู่บ้านหนึ่ง พร้อมกับได้สร้างวัดเรียกว่า “วัดแม่สำใต้” ทำให้วัดเป็นที่ศูนย์กลางในการพบกันของชาวบ้าน จึงได้เรียกชื่อหมู่บ้านที่เกิดขึ้นว่า “บ้านแม่สำใต้” และได้เรียกชื่อมาถึงปัจจุบันนี้

     
c
compose new post
j
next post/next comment
k
previous post/previous comment
r
reply
e
edit
o
show/hide comments
t
go to top
l
go to login
h
show/hide help
shift + esc
cancel