Updates from September, 2014 Toggle Comment Threads | Keyboard Shortcuts

  • admin 19:35 on 01/09/2014 Permalink
    Tags: วัดเจดีย์เก้ายอด, อุทยานประว้ติศาสตร์ศรีสัชนาลัย   

    วัดเจดีย์เก้ายอด 

    วัดเจดีย์เก้ายอด อยู่บนเขาใหญ่ นอกกำแพงเมืองทางทิศตะวันตก ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวแวะมาที่นี่มากนัก

    โบราณสถานสำคัญประกอบด้วยเจดีย์ประธาน มียอดเจดีย์อยู่ข้างบน 9 ยอด ห้องกลางของเรือนธาตุประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่งเป็นพระประธาน เจดีย์ตั้งอยู่บนเชิงเขาบนชั้นหินธรรมชาติที่ปรับแต่งเป็นพื้นที่ราบแล้ว ก่อสร้างเจดีย์และวิหาร กำหนดอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 21

    DSC_9917 DSC_9961 DSC_9970
    #วัดเจดีย์เก้ายอด #อุทยานประว้ติศาสตร์ศรีสัชนาลัย #ศรีสัชนาลัย #สุโขทัย

     
  • admin 11:18 on 25/06/2014 Permalink
    Tags: ,   

    วัดสวนแก้วอุทยานน้อย 

    วัดสวนแก้วอุทยานน้อย อยู่ด้านหลังของพระราชวัง โบราณสถานหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ องค์ประกอบหลักของวัดประกอบด้วย เจดีย์ประธานทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ มณฑป และวิหาร

    • เจดีย์ประธานทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ มีกำแพงแก้วล้อมรอบ และมีเจดีย์รายล้อมทั้ง ๓ ด้าน ยกเว้นทางด้านหน้าที่ติดกับมณฑป
    • มณฑป อยู่ติดกับส่วนท้ายของวิหาร ก่อด้วยศิลาแลงทั้งหลัง หลังคาทรงจั่ว ประดิษฐานพระพุทธรูปประธาน คติการสร้างมณฑปในสมัยสุโขทัยนี้ อ.เสนอ นิลเดช กล่าวว่าเป็นการจำลองคันธกุฏีหรือกุฎิของพระพุทธองค์ที่วัดเชตวันนั่นเอง

    พระพุทธรูปประธานยังมีสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ยังปรากฏร่องรอยของพระพาหาว่าภายในองค์พระพุทธรูปจะมีแกนไม้เป็นโกลน

    • วิหาร เป็นวิหารโถง บริเวณกลางวิหารมีฐานทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าวางตัวขนานกับแนววิหารอยู่ คล้ายกับเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทหรือพระพุทธรูปลีลา

    องค์ประกอบทั้งหมดของวัดตั้งอยู่ภายในกำแพงศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง ๒๙ เมตร ยาว ๕๕ เมตร

    อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย

    000

     

     

     
  • admin 12:13 on 08/11/2010 Permalink
    Tags: , วัดพวัดพระปรางค์   

    วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดพระปรางค์) 

    ตั้งอยุ่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้นอกกำแพงเมืองศรีสัชนาลัยตรงช่วงแหลมโค้งข้อศอกของแม่น้ำยมโดยหันหน้าวัดไปทางทิศตะวันออก
    วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเป็นกลุ่มโบราณสถานขนาดใหญ่ ปัจจุบันมีฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นราชวรวิหาร สิ่งก่อสร้างสำคัญของวัดนี้มีดังนี้
    ปรางค์ประธาน ก่อด้วยศิลาแลงฉาบปูนเสร็จแล้วลงสีชาดทับ ลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นแบบศิลปกรรมสมัยอยุธยา ภายในซุ้มโถงมีสถูปรูปดอกบัวตูมขนาดเล็กโผล่ขึ้นมา ซึ่งเป็นหลักฐานว่ามีการสร้างครอบทับ ตามผนังภายในองค์ปรางค์พบว่ามีร่องรอยของจิตรกรรมฝาผนังแต่ลบเลือนไปมาก ส่วนบริเวณเรือนธาตุด้านหน้ามีบันไดขึ้นสู่องค์ปรางค์
    ฐานปรางค์องค์นี้มีลักษณะเป็นวิหารคต ๓ ชั้น ก่อผนังทึบและเจาะช่องแสง ซึ่งเมื่อพิจารณาดูแล้วฐานปรางค์แผ่ขยายกว้างออกไปทั้ง ๓ ด้าน (ด้านหน้าเป็นพระวิหาร) คล้ายสร้างครอบสถูปหรือเจดีย์ที่สำคัญไว้ภายใน ซึ่งคงเป็นสิ่งก่อสร้างในช่วงสุโขทัยตอนต้น เนื่องจากได้ขุดค้นพบฐานโบราณของสิ่งก่อสร้าง ก่อด้วยอิฐอยู่ใต้ฐานพระวิหารหลวง นอกจากนี้ยังพบกระเบื้องเชิงชายรูปนางอัปสรและเทวดา ซึ่งมีลักษณะร่วมสมัยศิลปะเขมรแบบบายน เช่นเดียวกับลายปูนปั้นยอดซุ้มประตูกำแพงวัด ซึ่งทำเป็นรูปพระพักตร์ของพระอวโลกิเตศวร อยู่ด้านบนทั้ง ๔ ทิศ แบบซุ้มประตูนครธม ในกัมพูชา ด้านล่างเป็นรูปเทพธิดานั่งในกรอบซุ้ม ด้านล่างเป็นรูปนางอัปสรร่ายรำ
    ฐานพระวิหารหลวงพ่อโต อยู่ด้านหน้าพระปรางค์ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางมารวิชัยประทับ อยู่ตรงกลางขนาบด้วยพระพุทธรูปขนาดเล็กประทับยืนทั้ง ๒ ข้าง ถัดจากพระพุทธรูปปางมารวิชัยทางด้านขวามีพระพุทธรูปปูนปั้นปางลีลาที่มี ลักษณะงดงาม
    กำแพงวัด เป็นศิลาแลงแท่งกลมขนาดใหญ่ปักเรียงชิดติดกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง ๖๐ เมตร ยาว ๙๐ เมตร มีคานทับหลังกำแพง มีทางเข้าออกด้านหลัง เหนือซุ้มประตูทำเป็นรูปคล้ายหลังคายอด เหนือซุ้มขึ้นไปมีปูนปั้นเป็นรูปพระพักตร์อวโลกิเตศวร ๔ หน้าตามแบบซุ้มประตูนครธม ของกัมพูชา
    พระธาตุมุเตา อยู่ด้านหลังปรางค์ประธานนอกกำแพงแก้ว แต่ก็ยังล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลงที่ทำเป็นแท่งสี่เหลี่ยมบาง ซึ่งน่าจะเป็นคนละสมัยกับกำแพงศิลาแลงที่ทำเป็นท่อนใหญ่ของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง ตัวพระธาตุมุเตาก่อด้วยศิลาแลงฐานเป็นเหลี่ยมซ้อนกัน ๔ ชั้น ต่อจากนั้นเป็นบัวถลา๓ ชั้น ส่วนที่อยู่เหนือขึ้นไปพังทลายลงมาหมด ลักษณะพระธาตุมุเตาเป็นเจดีย์ทรงมอญ ในการขุดแต่งปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้พบทองจังโกประดับส่วนยอดของเจดีย์
    มณฑปพระอัฏฐารศ อยู่ด้านหลังของพระธาตุมุเตา เดิมน่าจะเป็นมณฑปพระสี่อิริยาบถ หลังคามุงกระเบื้องเครื่องไม้ ต่อมาพระพุทธรูปในอิริยาบถอื่น ๆ สามองค์ได้ชำรุดคงซ่อมแซมดัดแปลงที่เหลือเป็นพระพุทธรูปยืนอยู่ภายในซุ้ม คูหาองค์เดียว
    วิหารสองพี่น้อง อยู่ทางซ้ายพระอัฏฐารศ ก่อด้วยศิลาแลง มีพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ๒ องค์ อยู่บนแท่นพระ จากการขุดค้นทางโบราณคดีพบว่าฐานวิหารสองพี่น้องก่อทับอาคารโบราณก่ออิฐหลังหนึ่ง ข้างขวาพระวิหารสองพี่น้องพบฐานรอยพระพุทธบาท ด้วย
    โบสถ์ ตั้งอยู่ด้านหน้าพระวิหาร ปัจจุบันทางวัดได้บูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งหลัง โดยสร้างทับโบสถ์เดิม
    กุฎิพระร่วง-พระลือ ชาวท้องถิ่นเรียกกันในอีกชื่อหนึ่งว่า ศาลพระร่วง-พระลือ ได้รับการบูรณะซ่อมแขมในปีเดียวกันกับโบสถ์ ลักษณะเป็นมณฑปฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้าง หลังคาทรงมณฑปก่ออิฐซ้อนกัน ๔ ชั้น แต่เดิมเคยประดิษฐานรูปเคารพสององค์ ลักษณะเหมือนกันคือ ทรงเครื่องแสดงท่าคล้ายพระพุทธรูปปางประทานอภัย แต่สวมหมวก ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นประติมากรรมของพระร่วงกับ พระลือ สองพี่น้อง วีรบุรุษต้นวงศ์พระร่วงสุโขทัยตามตำนานในพงศาวดารเหนือ ปัจจุบันประติมากรรมทั้งสององค์ย้ายไปจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง สุโขทัย ปัจจุบันอาคารแห่งนี้ภายในประดิษฐานรูปหล่อจำลองของพระร่วง-พระลือ
    สำหรับความสำคัญของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของเมืองศรีสัชนาลัยตั้งแต่สมัยพ่อขุนศรีนาวนำถุม (ประมาณ พ.ศ.๑๗๘๐) เป็นต้นมา โดยมีหลักฐานยอดซุ้มปูนปั้นประตูทางเข้าวัด ซึ่งมีลักษณะรูปแบบศิลปะสมัยบายนและหลักฐานจากการขุดค้นทางโบราณคดีที่พบทาง ศาสนสถานก่ออิฐอยู่ใต้วิหารหลวง และวิหารสองพี่น้อง โดยมีศิลปวัตถุสำคัญคือ กระเบื้องเชิงชายทำเป็นรูปนางอัปสรถือดอกบัว และทำเป็นรูปเทวดา เทพธิดา หลักฐานต่าง ๆ เหล่านี้ยืนยันอายุสมัยของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุได้ว่ามีอายุมาแล้วตั้งแต่ พุทธศตวรรษที่ ๑๘ จนถึงปัจจุบันก็ยังเป็นพระอารามหลวงชั้นราชวรวิหาร

     
  • admin 12:12 on 08/11/2010 Permalink
    Tags: วัดน้อยจำปี   

    วัดน้อยจำปี 

    วัดน้อยจำปีอยู่นอกกำแพงเมืองศรีสัชนาลัย ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ใกล้กับวัดเจ้าจันทร์ สิ่งก่อสร้างที่สำคัญของวัดนี้ประกอบด้วย
    เจดีย์ประธานทรงกลมก่อด้วยศิลาแลง ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสต่อด้วยฐานบัวคว่ำและฐานสี่เหลี่ยม ๓ ชั้น ลดหลั่นกันขึ้นไปต่อด้วยฐานบัวและมีห้องสี่เหลี่ยมซึ่งอาจจะเป็นซุ้มพระแต่ได้พังทลายไปหมดแล้ว
    พระวิหารอยู่ด้านหน้าองค์เจดีย์ประธาน ก่อด้วยศิลาแลงขนาดฐานสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผนังวิหารมีผนังเจาะช่องแสง บนพื้นวิหารปูด้วยกระเบื้องเคลือบจากเตาเกาะน้อย นับว่าพบเพียงแห่งเดียวในเมืองศรีสัชนาลัย ที่ปูกระเบี้องเคลือบ

     
  • admin 12:11 on 08/11/2010 Permalink
    Tags:   

    วัดน้อย 

    อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองศรีสัชนาลัย บริเวณที่ราษฎรเรียกว่า บ้านวัดน้อย สิ่งก่อสร้างสำคัญของวัดนี้ คือ เจดีย์ดอกบัวตูมขนาดเล็ก ส่วนฐานทั้ง ๔ ด้านมีซุ้มพระด้านหน้าที่ฐานอาคารขนาดเล็กยังมิได้ขุดแต่งบูรณะ ความสำคัญของวัดนี้ ปรากฎอยู่ในแผ่นจารึกที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้จารึกว่า “ศุภมัสดุ พระพุทธยุคลได้ ๒๔๕๐ ….. วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ เสด็จฯ ประพาสทอดพระเนตรโบราณสถานหลายแห่งเป็นครั้งแรก ประทับแรมอยู่…. ตั้งพลับพลาอยู่เคียงวัดน้อยริมน้ำยมฝั่งใต้”

     
  • admin 12:10 on 08/11/2010 Permalink
    Tags: กำแพงเมืองเชลียง   

    กำแพงเมืองเชลียง 

    แนวกำแพงเมืองเชลียง เป็นแนวกำแพงเมืองที่ล้อมรอบบริเวณที่เชื่อกันว่าเป็นบริเวณ เมืองเชลียง ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของตัวเมืองศรี สัชนาลัย โดยเฉพาะด้านหน้าทิศตะวันออกเฉียงใต้มีแนวกำแพงตลอด ซึ่งเชื่อมกับแนวกำแพงศิลาแลงตรงประตูดอนแหลม ลักษณะกำแพงเป็นกำแพงศิลาแลงก่อขึ้นบนคันดินยกเว้นทิศเหนือที่เลียบแม่น้ำยม

    แนวกำแพงเมืองเชลียงเดิมคงทำเป็นคันดิน ยกเว้นด้านทิศเหนือที่ใช้ลำน้ำยมเป็นเขตแดนธรรมชาติ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างในสมัยใด การก่อศิลาแลงน่าจะก่อขึ้นภายหลัง พร้อมกับการก่อศิลาแลงเพิ่มเติมออกนอกเขตเมืองกำแพงศิลาแลงน่าจะสร้างก่อน พ.ศ. ๒๐๑๗ กล่าวคือใน วรรณคดีเรื่องลิลิตยวนพ่ายได้บรรยายถึงเมืองเชียงชื่น (ชื่อเรียกเมืองสวรรคโลกหรือศรีสัชนาลัยในคราวสงครามระหว่างพระเจ้าติโลกราชและพระบรมไตรโลกนาถ เพื่อแย่งชิงเมืองเชียงชื่น) ว่ามีแม่น้ำยมและแก่งหลวงขวางกั้นภูเขาสามลูกโดยรอบมีกำแพงสามชั้น และมีกำแพงศิลาอยู่ชั้นใน

     
  • admin 12:09 on 08/11/2010 Permalink
    Tags: วัดกุฏิราย   

    วัดกุฏิราย 

    วัดกุฏิรายตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองด้านทิศเหนือห่างประตูเตาหม้อไปประมาณ ๕๐ เมตร โบราณสถานที่สำคัญคือ มณฑปประกอบอาคาร (มณฑปวิหาร) ก่อด้วยศิลาแลงทั้งหลัง หลังคาใช้ศิลาแลงก่อเหลื่อมเข้าหากันเป็นทรงจั่วเลียนแบบเครื่องไม้ หน้าจั่วมีรอยบากเพื่อเชื่อมหลังคาเครื่องไม้ของอาคาร ด้านหน้ามณฑปมีซุ้มประตูรูปโค้งกลีบบัวเป็นทางเข้าสู่ภายในซึ่งประดิษฐานพระ พุทธรูปนั่ง มณฑปประกอบอาคารหลังเล็ก ตั้งอยู่ด้านขวาของมณฑปประกอบอาคารหลังใหญ่ นอกจากนั้นเป็นกลุ่มเจดีย์ราย ๖ องค์

     
  • admin 12:05 on 08/11/2010 Permalink
    Tags: ประตูชนะสงคราม   

    ประตูชนะสงคราม 

    ประตูชนะสงครามตั้งอยู่ระหว่างแนวกำแพงเมืองชั้นในด้านตะวันตกเฉียงใต้ ด้านทิศเหนือของเขาสุวรรณคีรี ซึ่งอยู่คนละฟากเขากับประตูสะพานจันทร์ ประตูเมืองก่อด้วยศิลาแลงมีทางเดินเป็นคันดินไปหาตัวป้อมซึ่งเป็นป้อมห้าเหลี่ยม

     
  • admin 12:03 on 08/11/2010 Permalink
    Tags: ประตูไชย์พฤกษ์   

    ประตูไชย์พฤกษ์ 

    ประตูไชย์พฤกษ์ตั้งอยู่บริเวณมุมช่วงต่อของกำแพงเมืองชั้นในด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประตูก่อด้วยศิลาแลง มีขนาดเล็ก ลักษณะเป็นการเจาะกำแพงออกไปตรง ๆ ไม่พบร่องรอยการย่อมุม

     
  • admin 12:02 on 08/11/2010 Permalink
    Tags: ประตูเตาหม้อ,   

    ประตูเตาหม้อ 

    ประตูเตาหม้ออยู่ระหว่างกำแพงเมืองชั้นในด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือใกล้กับมุมที่ต่อจากกำแพงเมืองด้านตะวันออก เป็นประตูขนาดใหญ่ก่อด้วยศิลาแลง ภายในประตูทั้งสองฟากมีการเว้นช่องซึ่งอาจเป็นช่องสำหรับทหาร หรือเป็นช่องที่ลงเขื่อนไม้เมือเวลามีศึกสงคราม
    สมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงอธิบายความเพิ่มเติมไว้ในหนังสือเที่ยวเมืองพระร่วงว่า “ที่เรียกว่าประตูหม้อสันนิษฐานว่าประตูหม้อเป็นทางเดินไปตำบลที่ตั้งเตาหม้อคือเครื่องทำสังคโลก ถ้าเช่นนั้นก็จะอยู่ตอนริมน้ำทางด้านเหนือ”


     
  • admin 07:41 on 31/10/2010 Permalink
    Tags: วัดชมชื่น   

    วัดชมชื่น 

    วัดชมชื่น ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยม ห่างจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุมาทางทิศตะวันออกประมาณ 400 เมตร โบราณสถานที่สำคัญคือ เจดีย์ประธานทางกลมก่อด้วยศิลาแลง วิหารอยู่ด้านหน้าเจดีย์ประธานก่อด้วยศิลาแลงขนาด 6 ห้อง มีมุขยื่นออกมาด้านหน้า ด้านหลังพระวิหารเชื่อมต่อกับมณฑป คล้ายเป็นห้องทึบอยู่ท้ายวิหาร หลังคาใช้ศิลาแลงก่อเหลื่อมเข้าหากันเป็นรูปจั่วแหลม ด้านหน้าทั้งสองข้างมณฑปทำเป็นซุ้มจรนัม 2 ซุ้ม ด้านหลังมีซุ้มจรนัมที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรก แต่ปัจจุบันได้สูญหายไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีลวดลายปูนปั้นที่หน้าบันด้านหลังมณฑป



    จากการขุดค้นบริเวณด้านหน้าพระวิหารพบหลักฐานโครงกระดูกมนุษย์ จำนวน 15 โครง ในระดับลึก 7 – 8 เมตร อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 9 และพัฒนาจนถึงสมัยทวารวดี ประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 – 16 และได้พบกลุ่มโบราณสถานก่อด้วยอิฐที่มีขนาดใหญ่ และพบเครื่องถ้วยเชลียงจำนวนมาก ประมาณพุทธศตวรรษที่ 17 จนเข้าสู่ชั้นสุโขทัยที่ร่วมสมัยกับวัดชมชื่น

     
  • admin 07:39 on 31/10/2010 Permalink
    Tags: วัดนางพญา   

    วัดนางพญา 

    วัดนางพญา ตั้งอยู่แนวเดียวกันกับวัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ เป็นวัดที่มีลวดลายปูนปั้นงดงามมาก ปรากฏอยู่บนซากผนังวิหารด้านตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งเป็นวิหารขนาดเจ็ดห้อง ภายในวิหารตามเสาทุกด้านมีเทพนม และลวดลายต่าง ๆ ทำด้วยสังคโลกไม่เคลือบ เจดีย์ประธานของวัดเป็นเจดีย์ทรงกลมตั้งอยู่บนฐานประทักษิณ ซุ้มด้านหน้ามีบันไดทางขึ้นจนถึงภายในโถงเจดีย์ ตรงกลางโถงมีแกนเจดีย์ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น วิหารก่อด้วยศิลาแลงมีมุขหน้า และมุขหลัง ผนังวิหารเจาะช่องแสง ผนังด้านใต้มีลวดลายปูนปั้น ลักษณะเด่นก็คือ ลวดลายปูนปั้นทำเป็นกึ่งมนุษย์กึ่งวานรกำลังวิ่ง แต่ถูกทำลายไปบางส่วน นอกจากนั้นยังทำเป็นรูปลวดลายพรรณพฤกษา และรูปเทพนมเป็นรูปแบบศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น

     
  • admin 07:38 on 31/10/2010 Permalink
    Tags:   

    วัดสวนแก้วอุทยานน้อย 

    วัดสวนแก้วอุทยานน้อย หรือเรียกกันอีกชื่อว่า วัดสระแก้ว อยู่ห่างจากวัดช้างล้อม 200 เมตร กลุ่มโบราณสถานมีกำแพงแก้วล้อมรอบ มีประตูทางเข้าด้านหน้า และด้านหลังวัด มีโบราณสถานประกอบด้วย เจดีย์ประธานเป็นเจดีย์ทรงดอกบัวตูมล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว วิหารมีซุ้มพระตั้งอยู่ด้านหลังลักษณะเป็นมณฑป หลังคามณฑปเป็นรูปโค้งแหลม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัย

     
  • admin 07:36 on 31/10/2010 Permalink
    Tags: วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่   

    วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ 

    วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ ตั้งอยู่ภายในกำแพงเมือง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดเจดีย์เจ็ดแถวนัก โบราณสถานที่สำคัญคือ เจดีย์ประธานทรงกลม ก่อด้วยศิลาแลง องค์ระฆังได้พังทลายลง ด้านหน้ามีบันไดขึ้นไปจากมุขหลังของวิหารไปถึงเรือนธาตุเพื่อสักการะพระพุทธรูป ด้านเจดีย์ประธานมีวิหาร มีมุขด้านหน้า และด้านหลัง มีบันไดขึ้น 5 ทาง เสาวิหาร และกำแพงวัดก่อด้วยศิลาแลง

     
  • admin 07:34 on 31/10/2010 Permalink
    Tags: วัดเจดีย์เจ็ดแถว   

    วัดเจดีย์เจ็ดแถว 

    วัดเจดีย์เจ็ดแถว ตั้งอยู่ด้านหน้าวัดช้างล้อม นับว่ามีความสวยงามมากกว่าวัดอื่นในเมืองสุโขทัย เพราะมีเจดีย์แบบต่าง ๆ กันมากมายที่เป็นศิลปะสุโขทัยแท้ และเป็นศิลปะแบบศรีวิชัยผสมสุโขทัย โบราณสถานที่สำคัญคือ เจดีย์ประธานรูปดอกบัวตูมอยู่ด้านหลังพระวิหาร และมีเจดีย์รายรวมทั้งอาคารขนาดเล็กแบบต่าง ๆ จำนวน 33 องค์ มีกำแพงแก้วล้อมรอบอีกชั้นหนึ่ง นอกกำแพงมีโบสถ์ และบ่อน้ำ เจดีย์รายที่วัดเจดีย์เจ็ดแถวมีรูปแบบที่ได้รับบอิทธิพลศิลปะจากที่ต่าง ๆ หลายแห่ง เช่น ลังกา และพุกาม ด้านหลังเจดีย์ประธานมีเจดีย์รายที่มีลักษณะเด่น คือ ฐานเป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมจัตุรัส ยอดเป็นทรงกลม ภายในเจดีย์มีซุ้มโถง ส่วนซุ้มโถงเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปูนปั้น มีภาพจิตรกรรมเป็นภาพอดีตพระพุทธเจ้า และเหล่าเทวดากษัตริย์ ส่วนซุ้มจรนัมด้านหลังของเรือนธาตุทำเป็นพระพุทธรูปนาคปรก สาเหตุที่เรียกว่า วัดเจดีย์เจ็ดแถวเนื่องจากได้พบเจดีย์จำนวนมากหลายแถวภายในวัด และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่าวัดเจดีย์ เจ็ดแถวเป็นที่ประดิษฐานพระอัฐิของพระราชวงศ์สุโขทัย

     
c
compose new post
j
next post/next comment
k
previous post/previous comment
r
reply
e
edit
o
show/hide comments
t
go to top
l
go to login
h
show/hide help
shift + esc
cancel