Updates from February, 2015 Toggle Comment Threads | Keyboard Shortcuts

  • admin 21:49 on 24/02/2015 Permalink
    Tags: กระต่ายขาว, งานวัด, , บวชนาคสามัคคี, มรสพ, ลิเก, วัดชัยสิทธิ์ธาราม   

    งานบวชนาคสามัคคี วัดชัยสิทธิ์ธาราม 

    งานบวชนาคสามัคคี วัดชัยสิทธิ์ธาราม  บ้านท่าชัย จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี  มีสินค้าจำหน่าย กิจกรรมสอยดาว ร่วมทำบุญกับวัด และชมลิเก

     
  • admin 11:54 on 23/11/2014 Permalink
    Tags: , , , อุทยานประวัติ   

    6-10 ธันวาคมนี้ เชิญเที่ยวงานย้อนอดีตศรีสัชนาลัย 

    วันที่ 6-10 ธันวาคมนี้ เชิญเที่ยวงานย้อนอดีตศรีสัชนาลัย ณ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย
    เพลิดเพลินกับบรรยากาศย้อนยุค ชิมอาหารอร่อยๆ ชมการแสดงแสงสีเสียง เลือกซื้อสินค้าโอท๊อปต่างๆ เยี่ยมชมบ้านวิถีไทย จากตำบลต่างๆ

    0a

     
  • admin 10:27 on 19/08/2014 Permalink
    Tags: , , thaialnd, , , , , , , , , เที่ยว   

    งานของดีศรีสัชนาลัยและเทศกาลอาหาร ประจำปี 2557 

    12-16  กันยายน 2557 เชิญเที่ยวงานของดีศรีสัชนาลัยและเทศกาลอาหาร ประจำปี 2557
    ชมขบวนแห่ยิ่งใหญ่ตระการตา (วันที่ 12 )การประกวดธิดาเมืองศรีสัช
    การแสดงต่างๆบนเวที ชิมอาหารและผลไม้ สินค้าโอท๊อปมากมาย
    ณ ที่ว่าการอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

    #ของดีศรีสัช #เทศกาลผลไม้ #ศรีสัชนาลัย #เที่ยว #สุโขทัย #ประกวด #หาดเสี้ยว #ที่ว่าการอำเภอ #sukhothai #thaialnd #siam #sisatchanalai #festival

    0ip4

     

     
  • admin 14:14 on 29/01/2014 Permalink
    Tags: , , , , , , ,   

    ต.หาดเสี้ยว เชิญเที่ยวงาน ลานวัฒนธรรม กำฟ้า บ้านเฮา ประจำปี 2557 

     

     

    0

    เทศบาลตำบลหาดเสี้ยวขอเชิญเที่ยวงาน “ลานวัฒนธรรม กำฟ้า บ้านเฮา ประจำปี 2557”
    วันที่ 8 และ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 ตั้งแต่เวลา 17.00น. เป็นต้นไป
    เทศบาลตำบลหาดเสี้ยว

    0

     

     

     

     
  • admin 09:54 on 08/04/2013 Permalink
    Tags: , , , , หาดเสีั้ยว, , , , ,   

    บรรยากาศงานแห่ช้างบวชนาค หาดเสี้ยว 2556 

    ภาพบรรยากาศ งานแห่ช้างบวชนาค ของชาวไทพวน ตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ในวันที่ 7 เมษายน 2556 ที่ผ่านมา
    มีนักท่องเที่ยวมารอชมขบวนแห่ช้างและพิธีการบวชนาคอย่างหนาแน่น

     
  • admin 11:53 on 28/03/2013 Permalink
    Tags: , ,   

    เชิญชมประเพณีแห่ช้างบวชนาค ตำบลหาดเสี้ยว 

    ประเพณีบวชช้างหรือที่เรียกว่า แห่ช้างอยู่เคียงคู่ผู้คนทีมีสายเลือดไทยพวนมานานแล้ว คือ การนำช้างมาร่วมในพิธีบรรพชาอุปสมบทมาจากคติความเชื่อทางพุทธศาสนาว่า พระ เวสสันดรให้ช้างปัจจัยนาเคนทร์อันเป็นช้างเผือกคู่บารมีที่ชาวเมืองเชตุดรถือว่าเป็นมงคลหัตถีแก่พราหมณ์ทั้ง 8 จากแคว้นกลิงคราษฎร์ที่มาทูลขอเพื่อเป็นมงคลแก่บ้านเมืองที่ประสบทุพภิกขภัย
    ความเชื่อนี้เกี่ยวข้องกับอีกตำนานหนึ่ง คือ ตอนที่พระเจ้ากรุงสัญชัย พระราชบิดาของพระเวสสันดรขอให้พระเวสสันดรกลับมาเป็นกษัตริย์ตามเดิมนั้น พระองค์ได้จัดขบวนช้างม้าและรถประดับประดาเหมือนออกศึกสงครามให้สมเกียรติเพื่อไปรับพระเวสสันดรและพระนางมัทรีขบวนแห่ขับด้วยมโหรีและการละเล่นต่าง ๆ เป็นการเฉลิมฉลอง


    ความเชื่ออีกประการหนึ่ง คือ คำสั่งสอนของพระพุทธองค์ที่มุ่งให้ผู้บวชถือปฏิบัติตนเพื่อไปสู่โลกอุดร หรือโลกุตรธรรม คือ ธรรมอันพ้นจากวิสัยของโลก ได้แก่ พระนิพพาน แต่คนทั่วไปเข้าใจว่า อุดร หมายถึงทิศเหนือ ซึ่งมีสัญลักษณ์ คือ ช้าง ชาวไทยพวนเรียกสัญลักษณ์ประจำทิศเหนือว่า “โงนงก” คือ ช้างและนำมาเป็นส่วนร่วมในขบวนแห่มาจนทุกวันนี้

    ที่ตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย มีการจัดงานบวชที่น่าสนใจมากโดยจัดพร้อมกันทั้งตำบล ก่อนบวชเจ้าภาพจะจัดให้นาคนั่งบนคอช้าง พร้อมด้วยญาติมิตรนำอัฐบริขาร    ขี่บนหลังช้างแห่เป็นริ้วขบวนยิ่งใหญ่รอบหมู่บ้าน งานบวชพระแห่นาคด้วยขบวนช้างมักเรียกกันสั้น ๆ ว่า “งานบวชช้าง” แต่เดิมจัดวันแห่ในวันแรม 3 ค่ำ เดือน 4 และบวชในวันแรม 4 ค่ำ เดือน 4 ต่อมาตั้งแต่ พ.ศ. 2524 ได้เปลี่ยนวันแห่เป็นวันที่ 7 เมษายนของทุกปี และวันบวชเป็นวันที่ 8 เมษายนของทุกปี


    ก่อนวันบวชหนึ่งวัน สตรีชาวไทยพวนจะชวนกันไปเที่ยวบ้าน คือ ไปบอกบุญหรือไหว้วานกันให้มาช่วยงานบวช

    วันที่สอง คือวันแห่นาค เจ้าภาพจะทำการ “แถ” หรือโกนผม โกนคิ้ว ผู้ที่จะบวชและตกแต่งตัวให้อย่างสวยงาม เครื่องแต่งกายของนาคประกอบด้วยผ้านุ่ง ผ้าม่วง ผ้าไหม สวมเสื้อกำมะหยี่หรือเครื่องนุ่งห่มที่แพรวพราว สวมเครื่องประดับต่าง ๆ เช่น เข็มขัดนาก เพชร พลอย อันมีความหมายถึงความหลงใหลในความงามของทรัพย์ภายนอกและพร้อมที่จะไปแสวงหาทรัพย์ภายใน (อริยทรัพย์) และสวมแว่นดำ มีความหมายว่า ยังเป็นผู้มืด เพราะยังไม่ได้ศึกษาพระธรรมวินัย ศีรษะสวมเทริด หรือเรียกว่า กระโจม อันเป็นเครื่องทรงของพระอินทร์ และเป็นสัญลักษณ์หงอนนาค กระจกที่ติดสองข้างหูเพื่อไว้สำรวจตัวเอง ระลึกถึงความหลังพร้อมที่จะสละ ประนมมือด้วยแผ่นหรือแป้นวงกลมเรียกว่า “สักกัจจัง” แปลว่า เครื่องหมายแห่งความเคารพ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7-8 นิ้ว ด้ามเป็นรูปพญานาค ถือเครื่องประดับและเครื่องบูชาต่าง ๆ เช่น ดอกไม้ ธูป เทียนเรียกว่า ขันธ์ 5 ร่มที่ใช้กางเป็นร่มใหญ่(สัปทน) มีหลายสี เรียกว่า “จ้อง” หรือ “คันญู”

    ควาญช้างและญาติตลอดจนเพื่อน ๆ ของนาคจะแต่งตัวให้ช้างเช่นกัน โดยนำช้างลงไปอาบน้ำในแม่น้ำยม จัดแต่งผ้าคลุมหัวช้างพร้อมผ้าปูลาดบนหลังช้าง นำโซ่กระดึงหรือกระดิ่งคล้องคอหรือหลังให้ดังกรุ๋งกริ๋งตลอดทางที่ช้างเดินในขบวนแห่ นำแพรพรรณที่สวยงาม หรือด้ายขวัญขาวแดงผูกแต่งที่งาช้าง ตามตัวใช้ชอล์กเขียนคำขวัญ คติ คำคม ต่าง ๆ ตลอดจนคำหยอกล้อนาค หรือเจ้าภาพ
    เมื่อแต่งตัวให้นาคและช้างเสร็จก็จัดริ้วขบวนให้นาคนั่งบนคอช้างประนมมือถือ

    สักกัจจัง และขันธ์ 5 โดยมีคณะญาติและเพื่อน ๆ นั่งบนหลังช้าง และกางสัปทนให้นาค การจัดขบวนแห่นั้น เจ้าภาพจะนำหมวกสานหรืองอบพ่นสี เขียนชื่อนาค หรือคำหยอกล้อต่าง ๆ เป็นของชำร่วยให้แก่ผู้ที่ร่วมขบวนแห่เพื่อใช้กันแดด ตามด้วยขบวนแตรวง หรือกลองยาว ถือ เทียนเอก เทียนอนุศาสน์ กรวยอุปัชฌาย์ ผ้าไตร อัฐบริขาร และเครื่องไทยทาน เดินนำหน้าขบวนช้างจากบ้านงาน

    ไปรวมกันที่วัดหาดเสี้ยวประมาณบ่ายโมง เมื่อไปถึงวัดแล้ว พ่อ แม่จะนำนาคลงจากหลังช้าง ถือขันธ์ 5 ไปสักการะเจ้าวัดที่ศาลพระภูมินาคจะถือแต่สักกัจจังนั่งบนคอช้างคอยคณะกรรมการจัดขบวนตามลำดับชื่อเจ้าภาพเมื่อเรียบร้อยแล้วก็จะให้นาคมารับศีลจากพระภิกษุ ขบวนแห่นาคที่จัดอันดับไว้จะออกเดินทางจากวัดหาดเสี้ยวเป็นริ้วขบวนอันยาวเหยียด ผ่าน ตลาด หมู่บ้าน และออกไปวนรอบทุ่งนา รอบหมู่บ้านและแยกย้ายกันกลับบ้านเพื่อให้นาคและผู้ร่วมขบวนได้พักผ่อน เตรียมตัวเข้าพิธีทำขวัญนาคในตอนเย็นหรือตอนค่ำต่อไป
    ปัจจุบันการจัดงานบวชช้างหาดเสี้ยวจะทำขวัญนาคเป็นพิธีใหญ่รวมกันในตอนบ่ายหลังจากขบวนแห่นาคมาครบ วันรุ่งขึ้นเป็นพิธีบวช หลังจากจัดเลี้ยงอาหารเช้าก็จัดขบวนแห่จากบ้านเป็นขบวนเดินเท้ามาที่วัด นาคจะแต่งกายชุดขาวเดินประนมมือถือสักกัจจัง และขันธ์ 5 มีการโปรยข้าวสารใส่ศีรษะซึ่งกันและกันของผู้ที่อยู่ในขบวนแห่ ทำให้เกิดความสนุกสนาน

    เมื่อมาถึงวัดหาดเสี้ยวแล้ว นาคจะนำขันธ์ 5 สักการะเจ้าวัดที่ศาลพระภูมิอีกครั้งหนึ่ง แล้วเดินทักษิณาวรรตรอบโบสถ์ 3 รอบ ล้างเท้าและมีคนให้นาคขี่หลังส่งขึ้นโบสถ์ วันทาเสมาโบสถ์ โปรยทาน เสร็จแล้วเข้าสู่พิธีบรรพชาบวชเป็นจั่วอ้าย หรือสามเณร และอุปสมบทเป็นเจ้าหัว หรือ พระภิกษุ เป็นอันเสร็จพิธี

     
  • admin 11:31 on 28/03/2013 Permalink
    Tags: , ลานราชานุสาวรีย์พระยาลิไท, ,   

    เชิญเที่ยวชมงานประเพณีสรงน้ำโอยทาน สงกรานต์ศรีสัชนาลัย 

    เชิญเที่ยวชมงานประเพณีสรงน้ำโอยทาน สงกรานต์ศรีสัชนาลัย ระหว่างวันที่ 6-12 เมษายน ณ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย และ ลานราชานุสาวรีย์พระยาลิไท ร่วมทำบุญ (โอยทาน) ตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระ 109 รูป ร่วมพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณพระมหาธรรมราชาลิไท และบูรพกษัตริย์

    เพื่อเป็นการสืบทอดงานประเพณีที่เก่าแก่ของสุโขทัย ดังหลักฐานที่ปรากฏในหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ที่ว่า “คนสุโขทัยนี้มักทาน มักทรงศีล มักโอยทาน” ภายในงานประกอบด้วย ขบวนแห่ช้าง พิธีบวงสรวงพระเสื้อเมือง และกษัตริย์ในราชวงศ์พระร่วง ขบวนรถบุปผาชาติ และเทพีสงกรานต์ แข่นขันกีฬาพื้นบ้าน การแสดงศิลปะพื้นบ้าน ฯลฯ

     
  • admin 12:08 on 03/03/2013 Permalink
    Tags: , , วัดศรีรัตนมหาธาตุ ราชวรวิหาร   

    เชิญเที่ยวงานพระปรางค์ 22-26 มีนาคม 2556 

    วัดศรีรัตนมหาธาตุ ราชวรวิหาร หรือที่เรียกกันว่า วัดพระปรางค์   จะจัดงานประจำปี ระหว่างวันที่ 22-26 มีนาคมนี้   มี มหรสพ สินค้าจากโรงงาน สินค้าท้องถิ่น เช่น ข้าวแคบ น้ำอ้อย หอม กระเทียม ผลไม้  รวามถึงสวนสนุก สำหรับเด็กๆ   เชิญร่วมนมัสการ ทำบุญ ปิดทองพระพุทธรูป 

     
  • admin 11:14 on 08/11/2012 Permalink
    Tags: , , , ,   

    เชิญเที่ยวงานประเพณี แข่งขันเรือพายและเทศกาลอาหาร ตำบลศรีสัชนาลัย 

    เทศบาลตำบลศรีสัชนาลัย  ขอเชิญชมการแข่งขันเรือพายและการแสดงต่างๆ  วันที 23-25 พย 2555

    ณ บริเวณ ริมแม่น้ำยม วัดตลิ่งชัน ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

    ชมฟรีตลอดงาน

     
  • admin 04:50 on 18/06/2012 Permalink
    Tags: ,   

    ประเพณีกำฟ้า ชาวไทยพวน หาดเสี้ยว 

    ประเพณีกำฟ้า เป็นประเพณีเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวไทยพวน หาดเสี้ยว ที่สืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมของตนไว้ได้อย่างเหนียวแน่นตลอดมา  ปัจจุบันยังคงสืบทอดอาชีพการเกษตรกรรม ทำไร่ ทำนาเป็นส่วนใหญ่ หรือหัตถกรรมพื้นบ้าน ทอผ้าตีนจก  ตีเหล็ก ช่างเงิน ช่างทอง ก็เป็นที่เลื่องลือรู้จักกันทั่วไป

    คำว่า “กำ” ในที่นี้เป็นภาษาพวน หมายถึงการนับถือ สักการบูชา
    คำว่า “กำฟ้า” จึงหมายถึงการนับถือ สักการบูชาฟ้า
    สาเหตุที่เกิดประเพณีกำฟ้า เพราะชาวพวนมีความสามารถทางด้านเกษตร โดยเฉพาะการทำนา ในสมัยก่อน การทำนาต้องพึ่งพาธรรมชาติอย่างเดียว ชาวนาจึงมีความเกรงกลัวต่อฟ้ามาก ไม่กล้าทำให้ผีฟ้าโกรธ โดยเชื่อว่าจะไม่มีฝนตกต้องตามฤดูกาล หรือฟ้าจะผ่าคนตาย ทุกข์โศกจะบังเกิดแก่ประชาชนทั่วไป จึงต้องมีการเซ่นไหว้ สักการบูชาฟ้า หรืออีกนัยหนึ่ง ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพการเกษตรกรรมต่างรู้สึกสำนึกในบุญคุณของฟ้าที่ให้น้ำ ฝน อันหมายถึงความชุ่มชื่น ความอุดมสมบูรณ์ และความมีชีวิตของคน สัตว์และพืชพันธุ์ต่างๆ จึงเกิดประเพณีกำฟ้าขึ้น
    แต่เดิมนั้น ถือเอาวันที่มีผู้ได้ยินฟ้าร้องครั้งแรกเดือน 3 เป็นวันเริ่มประเพณีกำฟ้า เพราะถือกันว่าเป็นวันที่ฟ้าเปิดประตูน้ำ แต่การยึดถือตามแนวนี้มักเกิดข้อโต้แย้งกันอยู่เสมอว่า คนนั้นได้ยิน คนนี้ไม่ได้ยิน หาข้อยุติไม่ได้ โดยมากหัวหน้าหมู่บ้านจะถือเอาการได้ยินฟ้าร้องของคนหูตึงในหมู่บ้านเป็น เกณฑ์ ทั้งนี้เพื่อให้เป็นเสียงฟ้าร้องที่ดังจริงๆ จนคนได้ยินกันทั่วถึง อย่างไรก็ตามมักไม่สะดวกต่อการปฏิบัติ เพราะในแต่ละปีวันกำฟ้าเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอน ภายหลังจึงมักกำหนดเป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่า วันกำฟ้า คือวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี


    มีคำทำนายเกี่ยวกับฟ้าร้อง ดังนี้
    1.ทำนายเกี่ยวกับเหตุการณ์และงานอาชีพ
    ฟ้าร้องดังมาจากทิศเหนือหรือตะวันออกเฉียงเหนือ ทำนายว่าฝนจะดีทำนาจะได้ข้าวดี
    ฟ้าร้องดังมาจากทิศใต้ ทำนายว่าฝนจะแล้ง ข้าวกล้าในนาจะเสียหาย
    ฟ้าร้องดังมาจากทิศตะวันตก ทำนายว่าฝนจะน้อย เกิดความแห้งแล้ง ทำนาไม่ได้ผล ข้าวยากหมากแพง
    2.ทำนายเกี่ยวกับชีวิตและความเป็นอยู่
    ฟ้าร้องดังมาจากทิศเหนือ ทำนายว่าชาวบ้านจะอดข้าว ซึ่งคำทำนายนี้ขัดแย้งกับข้อ 1
    ฟ้าร้องดังมาจากทิศใต้ ทำนายว่าชาวบ้านจะอดเกลือ
    ฟ้าร้องดังมาจากทิศตะวันออก ทำนายว่าชาวบ้านจะอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ไม่มีการรบราฆ่าฟันกัน ไม่มีโจรผู้ร้ายชุกชุม
    ฟ้าร้องดังมาจากทิศตะวันตก ทำนายว่าชาวบ้านจะเดือดร้อน เกิดเรื่องทะเลาะวิวาท รบราฆ่าฟันกัน
    อนึ่งในคืนที่ได้ยินฟ้าร้องครั้งแรกในเดือน 3 ก่อนที่จะเข้านอน เจ้าของบ้านจะร้องบอกแก่สัตว์เลี้ยงของตนให้รู้ตัวและสงบเสงี่ยมว่า “งัวควายเอย กำฟ้าเน้อ อย่าได้อึกทึกครึกโครม แต่บัดนี้ไปจนฮุ้งขึ้น ตะเง็นตกดินจึงม้นเน้อ” (ฮุ้ง-สว่าง, ตะเง็น-พระอาทิตย์, ม้น-พ้น)
    ประเพณีกำฟ้าของชาวไทยพวน อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี และใกล้เคียง มีกิจกรรมที่ถือปฏิบัติโดยทั่วไป 3 ประการคือ
    1.งดเว้นการงานที่ปฏิบัติอยู่เป็นประจำทั้งปวง
    2.การทำบุญ
    3.การประกอบพิธีกรรม ตั้งบายศรีบูชาฟ้า และประกาศขอพรจากผีฟ้า
    ประเพณีกำฟ้าของชาวไทยพวนปัจจุบัน แม้จะคงถือปฏิบัติเป็นประจำทุกปี แต่บรรยากาศของประเพณีกำฟ้าในอดีตกาลกำลังเลือนหายไป พร้อมกับมีบรรยากาศใหม่ๆ เข้ามาแทนที่

    จากความสนุกสนานรื่นเริงท่ามกลางธรรมชาติเสียงแคน เสียงหมอลำพวน การละเล่นพื้นบ้าน และแสงสว่างจากกองหลัว (หลัว-ตอไม้ไผ่แห้ง) ได้กลายมาเป็น “ราตรีกำฟ้า” ที่มีการเลี้ยง รื่นเริง ท่ามกลางแสงสี และดนตรีสมัยใหม่
    บางแห่งก็กลายเป็นงานสวนสนุกหารายได้เพื่อสร้างสาธารณกุศลไปก็มี แม้ขนมจีนหรือข้าวปุ้น ซึ่งเป็นอาหารหลัก ก็กลายเป็นความยุ่งยากมักทำไม่ทัน และยกเลิกไปเสียมากแล้ว คงเหลือเพียงข้าวหลาม ข้าวจี่ เป็นอาหารหลักแทน
    อย่างไรก็ตาม ประเพณีกำฟ้าในแต่ละท้องถิ่น อาจมีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันออกไปบ้าง ตามภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ชาวไทยพวนทุกแห่งก็ยังคงรักษาคติความเชื่อดั้งเดิมเกี่ยวกับประเพณีกำฟ้า ไว้ได้อย่างมั่นคงตลอดมา
    ประเพณีกำฟ้าของชาวไทยพวน ได้สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรอย่างใกล้ชิด เพราะการทำนาทำไร่ต้องพึ่งพาฝนจากฟ้าเป็นหลัก พิธีกรรมบูชาผีฟ้าเพื่อขอให้คุ้มครองป้องกัน และดลบันดาลให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ จึงเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ ให้เกิดแก่ชาวไทยพวนทั้งหลาย
    ในขณะเดียวกัน ก็เป็นโอกาสให้ทุกคนหยุดพักจากกิจการงานทั้งปวง เพื่อพบปะสังสรรค์และสนุกสนานรื่นเริงระหว่างเครือญาติและพวกพ้องอันเป็น ช่องทางให้เกิดความรักสามัคคีในกลุ่มชาวไทยพวนอย่างแน่นแฟ้นตลอดมา
    แม้ในปัจจุบัน ขนบประเพณีกำฟ้าจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่สายสัมพันธ์ของชาวไทยพวนทั้งหลายไม่เคยเปลี่ยนไป ดังปรากฏให้เห็นจากงานไทยพวนสังสรรค์ ซึ่งเป็นที่ชุมนุมของชาวไทยพวนจากทุกภูมิภาคของประเทศไทยเป็นประจำทุกปี ขณะเดียวกันก็ได้มีการตั้งชมรมในหมู่ชาวไทยพวน เพื่ออนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีและบรรยากาศเก่าๆ เอาไว้ให้มากที่สุด
    ประเพณีกำฟ้าจึงมีส่วนสืบสานเผ่าพันธุ์ชาวไทยพวนให้โดดเด่นและดำรงอยู่ได้อีกนานแสนนาน.

    ที่มา:http://www.thaipost.net/tabloid/170612/58317  และ http://www.hadsiew.com

     
  • admin 04:35 on 18/06/2012 Permalink  

    งานประเพณีบุญบั้งไฟของชาวไทยพวนบ้านหาดเสี้ยว 

    เทศบาลตำบลหาดเสี้ยว  ร่วมกับ  วัดหาดเสี้ยว
    และชุมชนตำบลหาดเสี้ยว จัดงานประเพณีบุญบั้งไฟของชาวไทยพวนบ้านหาดเสี้ยว
    จุดถวายเป็นพุทธบูชา  ณ  ป่าหนองพี  เพื่ออนุรักษ์ประเพณีที่ดีงามให้คงอยู่สืบไป
    และเป็นการขอฟ้าขอฝนจากเทวดา  เพื่อให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล  และพืชผลอุดมสมบูรณ์
    ท่ามกลางบรรยากาศสนุกสนาน

    ชมภาพบรรยากาศเพิ่มเติมได้ที่ http://www.hadsiew.com/content-งานประเพณีบุญบั้งไฟของชาวไทยพวนบ้านหาดเสี้ยว-3-1114-63327-1.html

     
  • admin 07:24 on 02/11/2010 Permalink
    Tags: ประเพณีแห่กฐินทางน้ำ และแข่งเรือ (เฮือซ่วง)   

    ประเพณีแห่กฐินทางน้ำ และแข่งเรือซ่วง (เฮือซ่วง) 

    ประเพณีแห่องค์กฐินทางน้ำ และแข่งเรือ หรือชาวบ้านเรียกว่า (เฮือซ่วง) เป็นการทำบุญในเทศกาลทอดกฐินของชาวไทยพวน ที่นิยมทอดกันตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 11 เป็นต้นไป จนถึงกลางเดือน 12 และถือว่าการทอดกฐินได้บุญมาก ผู้มีจิตศรัทธาปรารถนาจะทอดกฐิน ต้องเขียนหนังสือแสดงความจำนงจะทอดกฐินในวัน เดือน ปี นั้น ๆ ไปติดประกาศไว้ที่วัด เรียกว่า จองกฐิน ในอดีตการทอดกฐินถ้าไปทอดที่วัดห่างไกลจากหมู่บ้าน ชาวบ้านจะช่วยกันแห่ไปแล้วทอดให้เสร็จในวันเดียว หากทอดที่วัดประจำในหมู่บ้าน หรือวัดใดวัดหนึ่งใกล้ ๆ กัน จะต้องมีการแห่วันหนึ่ง ทอดวันหนึ่ง การแห่คือ การจัดเครื่องกฐิน เรียกว่า กองกฐิน ลงเรือยาวขนาดใหญ่ ซึ่งจัดสร้างขึ้นไว้ในการนี้โดยเฉพาะ แล้วประดับตกแต่งอย่างสวยงาม ตามความนิยมของชาวบ้านหาดเสี้ยว ก่อนจะแห่ขึ้นไปตามลำน้ำ ซึ่งบรรดาชาวบ้านที่ตั้งบ้านเรือนอยู่สองฝั่งแม่น้ำ เมื่อได้ยินพิณพาทย์แห่กฐินมา จะพากันอุ้มลูกจูงหลานมาดูมาชมอย่างคับคั่ง ส่วนผู้เฒ่าผู้แก่ จะถือเครื่องไทยธรรม มารอคอยอยู่ที่ท่าน้ำเพื่อร่วมอนุโมทนาด้วย เมื่อเรือกฐินผ่านมา จะแวะเข้าไปรับทุก ๆ แห่ง จนสุดหมู่บ้านแล้ววนกลับ ในการแห่กฐินนี้พวกเด็กเล็กในหมู่บ้านที่ทอดกฐิน ต่างพากันร้องไห้กระจองอแง ขอให้พ่อแก่นำไปแห่กฐินด้วย พ่อแม่จำเป็นจะต้องพาลงเรือพายเรือแจวไปร่วมกับเรือกฐินด้วย

    DSCF0242_01
    DSCF0124_01
    DSCF0127_01
    DSCF0128_01
    DSCF0129_01
    DSCF0130_01
    DSCF0132_01
    DSCF0134_01
    DSCF0136_01
    DSCF0137_01
    DSCF0138_01
    DSCF0139_01
    DSCF0140_01
    DSCF0142_01
    DSCF0144_01
    DSCF0149_01
    DSCF0158_01
    DSCF0174_01
    DSCF0194_01
    DSCF0208_01
    DSCF0145_01
    DSCF0146_01
    DSCF0148_01
    DSCF0152_01
    DSCF0153_01
    DSCF0154_01
    DSCF0157_01
    DSCF0159_01
    DSCF0160_01
    DSCF0161_01
    DSCF0163_01
    DSCF0164_01
    DSCF0166_01
    DSCF0167_01
    DSCF0168_01
    DSCF0169_01
    DSCF0170_01
    DSCF0171_01
    DSCF0172_01
    DSCF0173_01
    DSCF0176_01
    DSCF0177_01
    DSCF0178_01
    DSCF0179_01
    DSCF0180_01

    DSCF0182_01

    DSCF0183_01
    DSCF0184_01
    DSCF0185_01
    DSCF0188_01
    DSCF0189_01
    DSCF0190_01
    DSCF0192_01
    DSCF0193_01
    DSCF0197_01
    DSCF0198_01
    DSCF0201_01
    DSCF0207_01
    DSCF0209_01
    DSCF0212_01
    DSCF0214_01
    DSCF0217_01
    DSCF0218_01
    DSCF0222_01
    DSCF0223_01
    DSCF0225_01
    DSCF0226_01
    DSCF0228_01
    DSCF0232_01
    DSCF0234_01
    DSCF0235_01
    DSCF0238_01
    DSCF0239_01
    DSCF0241_01
    DSCF3548_01
     
  • admin 05:59 on 18/10/2010 Permalink
    Tags:   

    งานย้อนอดีตศรีสัชนาลัย 

    งานงานย้อนอดีตศรีสัชนาลัย นุ่งผ้าไทย ใส่เงินทองโบราณ ประจำปี 2555
    ระหว่างวันที่ 6-10 ธันวาคม 2555
    ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย

    เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นการสืบสานประเพณีท้องถิ่น ซึ่งภายในงานจะมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ หมู่บ้านวิถีไทยศรีสัชนาลัย การแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน พิธีเวียนเทียนแบบทักษิณาวรรต การขับเสภาเล่าเรื่องเมืองศรีสัชนาลัย โดยครูประทีป สุขโสภา ศิลปินพื้นบ้านชื่อดัง แห่งเมืองสุโขทัย พร้อมทั้งมีการแสดงแฟชั่นผ้าไทย เงิน ทองลายโบราณศรีสัชนาลัย และอาหารโบราณพื้นเมืองศรีสัชนาลัย เช่น ก๋วยเตี๋ยวพระร่วง หรือข้าวเปิ๊ป รวมทั้งมีการจำหน่ายผ้าไทย เงิน ทองลายโบราณ และสินค้าโอท็อปอีกจำนวนมาก

    นอกจากนี้ยังมีการจำลองชุมชนโบราณกว่า 700 ปี การแสดงศิลปวัฒนธรรม ประเพณีพื้นบ้านที่หาชมได้ยาก เช่น รำเจิง ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของชนเผ่ากะเหรี่ยง การรำเซิ้งกระติบ และระบำเก็บใบชา เป็นต้น

     
  • admin 05:32 on 18/10/2010 Permalink
    Tags:   

    ประเพณีแห่ช้าง บวชนาค หาดเสี้ยว 

    ประเพณีแห่ช้าง บวชนาค จัดขึ้นวันที่ 7-8 เมษายนของทุกปี ณ วัดหาดเสี้ยว ตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
    ชาวบ้านเรียกว่า “บวชช้าง”
    งานประเพณีบวชช้างหาดเสี้ยว เป็นประเพณีของชาวบ้านหาดเสี้ยวเป็นชาวไทยพวน ที่อพยพมาจากเมืองพวน แขวงเมืองเชียงขวางทางตอนเหนือของเมืองเวียงจันทร์ ประเทศลาว เมื่อมาตั้งรกราก ณ สถานที่ปัจจุบันก็ยังคงสืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของตนเองตลอดมา เป็นเวลากว่า 150 ปีแล้ว โดยชาวไทยพวนมีความเชื่อพิเศษมาจาก “เวสสันดรชาด” ว่าเป็นพระวสสันดรประสูตินั้นเป็นวันที่ได้ช้างเผือกสำคัญคือ “ช้างปัจจัยนาเคนทร์” ซึ่งสามารถดลบันดาลให้ผนตกต้องตามฤดูกาล ทำให้พืชพันธ์ธัญญาหารสมบูรณ์เป็นช้างคู่บารมีพระเวสสันดรและคู่บ้านคู่เมือง การจัดให้นาคนั่งบนหลังช้าง แล้วแห่เป็นริ้วขบวนนั้น ก็เลียนแบบมาจากเรื่องราวในพระเวสสันดรทรงช้างนาเคนทร์นั่นเอง

    งานจะจัด 3 วัน คือวันสุกดิบ วันแห่นาค (เป็นไฮไลท์ของงาน) และวันบวช วันสุกดิบนั้นเป็นวันเตรียมงาน ทางญาติของเจ้าภาพจะออกไป “เถี่ยวบ้าน” คือเดินไปบอกบุญตามญาติบ้านมิตรเพื่อเชิญมาร่วมงาน ผู้ที่จะออกไปเถี่ยวบ้านจะต้องแต่งกายชุดพื้นเมืองในวันสุกดิบจะมีงานเลี้ยง ตลอดจนมหรสพสมโภช วันรุ่งชึ้น (7 เมษายน ของทุกปี) ซึ่งเป็นวันแห่นาค ในตอนเช้าญาติจะช่วยกันโกนผม โกนคิ้ว อาบน้ำ แต่งตัวให้นาก ต่อจากนั้นให้นากไปรับศีลจากพระที่วัดใกล้บ้าน แล้วกลับบ้าน มาเปลี่ยนชุดนาคสีขาวออก แต่งตัวเป็นลูกแก้วด้วยเสื้อผ้าพื้นเมืองสีสีนสวยงาม สวมเครื่องประดับแก้วแหวนเงินทองต่างๆ แต่งหน้าแต่งตาอย่างสวยงาม สวมแว่นตาดำ สวมเทริดบนศรีษะแล้วให้นั่งพนมมือถือธูปเทียนอยู่บนคอช้าง ซึ่งได้รับการอาบน้ำแต่งตัวอย่างสวยงาม แล้วจึงคลื่อนขบวนแห่ออกจากบ้าน มาสิ้นสุดที่วัดหาดเสี้ยว หลังจากนั้นให้นาคลงหลังช้างไปไหว้ศาลพระภูมิในวัดและเข้าโบสถ์ทำพิธีทางศาสนา เมื่อเสร็จแล้ขบวนของนาคทุกองค์จะร่วมกันเป็นขบวนใหญ่แห่รอบหมู่บ้าน แล้วจึงแยกย้ายกลับบ้าน

    วันรุ่งขึ้นเป็น “วันบวช” จึงแห่นาคไปบวชวัด ตามพิธีทางพุทธศาสนา หรืออาจจะมีพิธีบวชในตอนเย็นหลังจากแห่ช้างเสร็จแล้วโดยผู้บวชเป็นพระภิกษุนั้น ชาวไทยพวนเรียกว่า “เจ้าสัว” ส่วนสามเณรเรียกว่า “จั่วอ้าย”

     
  • admin 05:21 on 18/10/2010 Permalink
    Tags:   

    ประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮง สรงน้ำเจ้าหมื่นด้ง 

    ประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮง สรงน้ำเจ้าหมื่นด้ง จัดขึ้น วันที่ 18-19 เมษายน ของทุกปี เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติ “เจ้าหมื่นด้งนคร” ผู้สร้างเมืองด้ง ซึ่งมีความเก่งกล้าทางด้านการสู้รบ เชี่ยวชาญในการจับช้าง และใช้ช้างศึก
    ภายหลังต้องยอมรับโทษประหาร เพื่อแสดงความซื่อสัตย์ และจงรักภักดีต่อพระเจ้าติโลกราช เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2012

    ต่อมาชาวบ้านได้จัดพิธีบวงสรวงเจ้าหมื่นด้งด้วยการจัดขบวนช้างที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ผ่านหมู่บ้านไปไหว้ศาลเจ้าพ่อขาวมุ้ง และไปลานอนุสาวรีย์เจ้าหมื่นด้ง เพื่อทำพิธีบวงสรวง สักการะ
    อนุสาวรีย์เจ้าพ่อเมือง ตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
    ้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่กว่า 500 ครั้งแล้ว

    หลายคนมาบนบาน ที่ อนุสาวรีย์เจ้าหมื่นด้ง และแก้บนด้วย การชกมวย
    เนื่องด้วยเจ้าหมื่นด้งเป็นนักต่อสู้ ชายชาตินักรบ
    คนสมัยก่อนวัดความมีฝีมือ ด้วยการต่อสู้ ความแข็งแกร่ง
    และมหรสพทุกครั้งจะขาดเวทีมวยไปไม่ได้

     
c
compose new post
j
next post/next comment
k
previous post/previous comment
r
reply
e
edit
o
show/hide comments
t
go to top
l
go to login
h
show/hide help
shift + esc
cancel